พรีวิวลิเวอร์พูล vs แมนฯ ซิตี้ พรีเมียร์ลีกอังกฤษ 7/10/2018

i99 i99casino ทางเข้าi99 ดูบอล ดูบอลออนไลน์ ดูบอลฟรี สล็อตออนไลน์ คาสิโนออนไลน์
i99 i99casino ทางเข้าi99 ดูบอล ดูบอลออนไลน์ ดูบอลฟรี สล็อตออนไลน์ คาสิโนออนไลน์

พรีวิวลิเวอร์พูล vs แมนฯ ซิตี้ พรีเมียร์ลีกอังกฤษ 7/10/2018

วิเคราะห์บอล

วัน / เวลาทำการแข่งขัน : พรีวิวลิเวอร์พูล vs แมนฯ ซิตี้ พรีเมียร์ลีก 7/10/2018
สนาม : แอนฟิลด์
เวลา 22:30 น.
ถ่ายทอดสด : bein Sports 1

i99 i99casino ทางเข้าi99 ดูบอล ดูบอลออนไลน์ ดูบอลฟรี สล็อตออนไลน์ คาสิโนออนไลน์
i99 i99casino ทางเข้าi99 ดูบอล ดูบอลออนไลน์ ดูบอลฟรี สล็อตออนไลน์ คาสิโนออนไลน์

คาดการณ์ 11 ผู้เล่นตัวจริงลิเวอร์พูล : 4-3-3, อลิสซอน – อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, โกเมซ, ฟาน ไดจ์ค, โรเบิร์ตสัน – ไวจ์นัลดุม, เฮนเดอร์สัน, มิลเนอร์ – ซาลาห์, ฟีร์มิโน, มาเน

คาดการณ์ 11 ผู้เล่นตัวจริงแมนเชสเตอร์ ซิตี้ : 3-5-2, เอแดร์ซอน – สโตนส์, กอมปานี, ลาปอร์ต – วอล์คเกอร์, กุนโดกัน, แฟร์นันดินโญ, ซิลบา, เม็นดี้ – เชซุส, อเกวโร

สภาพความพร้อม ลิเวอร์พูล

ความพ่ายแพ้สองจากสามนัดหลังสุดในช่วงโปรแกรมมหาโหดของทัพ “หงส์แดง” เช่นเดียวกับการที่สามประสานในแนวรุกทั้ง ซาลาห์, มาเน่ และฟีร์มีโน่ ไม่มีส่วมร่วมกับการได้ประตูของทีมเลยแม้แต่ลูกเดียว ถือเป็นสัญญาณอันตรายที่ เยอร์เก้น คล็อปป์ เองกำลังหาทางแก้ไขอยู่ เพราะสิ่งที่ทุกคนเห็นพ้องต้องกัน ณ วินาทีนี้ก็คือ ลิเวอร์พูล เองก็ไปไม่เป็นเหมือนกันหากไร้เกมรุกที่เคยเด็ดขาด

เชื่อว่าเกมนี้ เยอร์เก้น คล็อปป์ เตรียมขนทัพที่ดีที่สุดลงสนามเต็มอัตราศึกเพื่อเรียกความมั่นใจของทีมกลับคืนมาเช่นเคย นำโดย อลิสสัน นายทวารมือหนึ่งทีมชาติบราซิล ส่วนแผงหลังยังคงไม่มีการเปลี่ยนแปลงทั้ง เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ รวมถึง แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ส่วนคู่เซนเตอร์ฮาล์ฟ โจ โกเมซ ยังจับคู่กับ เวอร์กิล ฟาน ไดจ์ค ได้อย่างลงตัว

แผงมิดฟิลด์ เจมส์ มิลเนอร์ จองสัมปทานพื้นที่ 11 ตัวจริงไม่มีเปลี่ยน เช่นเดียวกับ จิจี้ ไวจ์นัลดุม ส่วนอีกหนึ่งโควต้า แม้จะเจ็บจากเกมที่พบกับ นาโปลี แต่เชื่อว่า นาบี เกอิต้า น่าจะฟิตทันกับเกมที่เต็มไปด้วยความกดดันเช่นนี้

สามประสานในแนวรุก เป็นไปได้ว่า เยอร์เก้น คล็อปป์ อาจจะลองเสี่ยงให้โอกาสกับ เซอร์ดาน ชากิรี่  ออกสตาร์ทเป็น 11 ตัวจริงแทนที่ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ที่กำลังอยู่ในช่วงขาดความมั่นใจ ซึ่ง บอสเจเค อาจจะใช้พ่อมดอียิปต์เป็นทีเด็ดในครึ่งหลัง ส่วน โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ กับ ซาดิโอ มาเน่ ไม่น่าจะหลุดโผในการล่าตาข่ายของ ลิเวอร์พูล ในเกมนี้ โดยมี แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ รอสแตนด์บายเป็นไพ่ใบเด็ดที่ม้านั่งข้างสนาม

สภาพความพร้อม แมนเชสเตอร์ ซิตี้

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า มีข่าวดีหลังจากสองคีย์แมนหลักทั้ง เบนฌาแม็ง เมนดี้ และเควิน เดอ บรอยน์ ต่างลงฝึกซ้อมได้แล้ว และคาดว่าทั้งสองน่าจะได้ออกสตาร์ทเป็น 11 ตัวจริงที่ แอนฟิลด์

เอแดร์สัน จะได้ลงวัดฝีมือกับรุ่นพี่ในทีมชาติอย่าง อลิสสัน ว่า ใครกันที่คู่ควรกับตำแหน่งมือหนึ่งทีมชาติบราซิล ส่วนแนวรับ กุนซือชาวสแปนิชวาง นิโกลัส โอตาเมนดี้ จับคู่กับ อายเมริค ลาป๊อร์กต์ หุบกลับเข้ามาเป็นเซนเตอร์ฮาล์ฟ ส่วนวิงแบ็กสองข้าง จะเป็นหน้าที่ของ เบนฌาแม็ง เมนดี้ และไคล์ วอร์คเกอร์ ที่จองสัมปทานฝั่งนี้ไว้ได้อย่างเหนียวแน่น

สามประสานในแดนกลาง คาดว่าเกมนี้ อิลคาย กุนโดกัน มีแนวโน้มหายเจ็บไม่ทัน ทำให้ เควิน เดอ บรอยน์ จะเสียบในตำแหน่งนี้ทันทีเพื่อทำหน้าที่ปั้นเกมอย่างเต็มตัว โดยมีตัวเก๋าอย่าง ดาบิด ซิลบา และแฟร์นันดินโญ่ ประคอง และรอหยุดเกมรุกของ ลิเวอร์พูล

ส่วนแนวรุก หากโลกนี้ไม่แตกไปซะก่อน ยังไง เป๊ป ก็ต้องส่งแข้งเก่า “หงส์แดง” อย่าง ราฮีม สเตอร์ริ่ง ลงป่วนเกมด้านข้าง เช่นเดียวกับดาวรุ่งเมืองเบียร์อย่าง เลรอย ซาเน่ โดยมีเทพเจ้าของทัพ “เรืใบสีฟ้า” อย่าง เซร์คิโอ กุน อเกวโร่ ลงสนามรอล่าตาข่ายในพื้นที่สุดท้าย

บทวิเคราะห์

ฟอร์มการเล่นที่น็อตหลุดไปดื้อๆ ของ ลิเวอร์พูล ทำให้เกมนี้มีความสำคัญมากกว่าสามคะแนน แต่อาจจะหมายถึงโทรฟี่แชมป์เลยก็ว่าได้ ฉะนั้นเชื่อว่า เยอร์เก้น คล็อปป์ เองอาจจะเน้นวางหมากแบบเพลย์เซฟไว้ก่อน เผื่อในกรณีที่เลวร้ายสุดก็คือ ยังขอ 1 แต้มติดมือไว้ก่อน เพื่อสร้างสถิติไม่แพ้ใคร 8 นัดติดต่อกันในลีก อีกทั้งผลเสมอก็ยังถือว่าไม่เลวร้าย เนื่องจากยังมีทุกอย่างที่เท่ากับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ขาดเพียงแค่ผลต่างประตูได้เสีย

ส่วน เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ที่หมายมั่นปั้นมือจะแก้มือยามต้องต่อกรกับทัพ “หงส์แดง” เชื่อว่าการตัดสินใจส่ง เควิน เดอ บรอนย์ ที่เพิ่งหายจากอาการบาดเจ็บกลับมา กุนซือเมืองกระทิงรายนี้คงไม่ได้หวังเพียงแต่ผลเสมอเป็นแน่ แต่ยังไว้ใจว่าบรรยากาศในแอนฟิลด์ จะยังเป็นของแสลงสำหรับแข้ง “เรือใบสีฟ้า” ต่อไปอีกหนึ่งเกม และเชื่อว่าแนวรุกของ ลิเวอร์พูล จะสามารถปลดล็อกลั่นกระสุนในเกมสำคัญนัดนี้ได้อย่างแน่นอน

ผลงาน 5 นัดหลังสุด

ลิเวอร์พูล ชนะ 2 เสมอ 1 แพ้ 2

4 ตุลาคม แชมเปี้ยนส์ลีก นาโปลี 1-0 ลิเวอร์พูล
30 กันยายน พรีเมียร์ลีก เชลซี 1-1 ลิเวอร์พูล
27 กันยายน คาราบาวคัพ ลิเวอร์พูล 1-2 เชลซี
22 กันยายน พรีเมียร์ลีก ลิเวอร์พูล 3-0 เซาแธมป์ตัน
19 กันยายน แชมเปี้ยนส์ลีก ลิเวอร์พูล 3-2 เปแอสเช

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ชนะ 4 แพ้ 1

3 ตุลาคม แชมเปี้ยนส์ลีก ฮอฟเฟนไฮม์ 1-2 แมนฯ ซิตี้
29 กันยายน พรีเมียร์ลีก แมนฯ ซิตี้ 2-0 ไบรท์ตัน
26 กันยายน คาราบาวคัพ อ็อกซ์ฟอร์ด 0-3 แมนฯ ซิตี้
22 กันยายน พรีเมียร์ลีก คาร์ดิฟฟ์ 0-5 แมนฯ ซิตี้
20 กันยายน แชมเปี้ยนส์ลีก แมนฯ ซิตี้ 1-2 ลียง

เฮดทูเฮด ลิเวอร์พูล ชนะ 4 แมนฯ ซิตี้ ชนะ 1

26 กรกฎาคม 2018 ไอซีซี แมนฯ ซิตี้ 1-2 ลิเวอร์พูล
11 เมษายน 2018 แชมเปี้ยนส์ลีก แมนฯ ซิตี้ 1-2 ลิเวอร์พูล
5 เมษายน 2018 แชมเปี้ยนส์ลีก ลิเวอร์พูล 3-0 แมนฯ ซิตี้
15 มกราคม 2018 พรีเมียร์ลีก ลิเวอร์พูล 4-3 แมนฯ ซิตี้
9 กันยายน 2017 พรีเมียร์ลีก แมนฯ ซิตี้ 5-0 ลิเวอร์พูล

ไฮไลท์ฟุตบอล