มูรินโญ่ ควรเรียนรู้ 5 สิ่งนี้จากป๋าก่อนเกิดหายนะ

วิเคราะห์บอล แมนฯยู i99 ทางเข้าi99 แทงบอลออนไลน์ ดูบอล ดูบอลออนไลน์ ดูบอลฟรีวิเคราะห์บอล แมนฯยู i99 ทางเข้าi99 แทงบอลออนไลน์ ดูบอล ดูบอลออนไลน์ ดูบอลฟรี

มูรินโญ่ ควรเรียนรู้ 5 สิ่งนี้จากป๋าก่อนเกิดหายนะ

พรีวิวฟุตบอล

สิ่งที่ทำให้ “เฟอร์กี้” เป็นกุนซือระดับตำนานที่ยังมีชีวิตอยู่ก็คือสไตล์การคุมทีม และการเข้าใจถึงแก่นแท้ของเกมลูกหนังโดยเฉพาะปรัชญาของแมนฯ ยูไนเต็ด ซึ่งเขาได้สร้างสโมสรแห่งนี้ให้กลายเป็นทีมที่ไม่เคยยอมแพ้ และพร้อมสู้ทุกจนหยดสุดท้ายหากยังมีเวลาเหลืออยู่

วิเคราะห์บอล แมนฯยู i99 ทางเข้าi99 แทงบอลออนไลน์ ดูบอล ดูบอลออนไลน์ ดูบอลฟรี

วิเคราะห์บอล แมนฯยู i99 ทางเข้าi99 แทงบอลออนไลน์ ดูบอล ดูบอลออนไลน์ ดูบอลฟรี

เป็นที่รู้กันว่า เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน คือมหาบุรุษผู้นำความยิ่งใหญ่คืนสู่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หลังจากหลับไหลยาวนานกว่า 26 ปี เขานำ “ผีแดง” ครองความเป็นเจ้าลูกหนังเมืองผู้ดีกว่า 2 ทศวรรษ และยังผงาดครองความเป็นยอดทีมในยุโรปด้วย

อย่างไรก็ตาม สิ่งเหล่านี้ไม่เหลืออีกแล้วนับตั้งแต่ที่ “เฟอร์กี้” วางมือ และยิ่งถอยหลังเข้าคลองเมื่อ แมนฯ ยูไนเต็ด ตกอยู่ในกำมือการบริหารทีมของ โชเซ่ มูรินโญ่ ที่เปลี่ยนทีมที่เล่นฟุตบอลเอนเตอร์เทน กลายเป็นทีมที่แสนน่าเบื่อไปเรียบร้อยแล้ว

“เฮียมู” ไม่สามารถดึงศักยภาพที่แท้จริงของ ปอล ป็อกบา ออกมาได้ หรือการไม่เชื่อมั่นในนักเตะดาวรุ่ง ทำให้พวกเขาไม่ได้รับโอกาสในการพัฒนาฝีเท้า สิ่งเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้นเลยหากอยู่ภายใต้การทำงานของ มหาบุรุษชาวสกอตแลนด์ แน่นอน

1. ฟุตบอลเล่นสนุกเร้าใจ 

เหตุผลสำคัญที่ทำให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นทีมที่ได้รับความนิยมที่สุดในโลกก็คือการที่พวกเขาเล่นฟุตบอลที่เต็มไปด้วยเสน่ห์เร้าใจ ทัพ “ปีศาจแดง” ไม่ใช่แค่ทีมยักษ์ใหญ่เท่านั้น แต่พวกเขายังเป็นทีมที่เล่นด้วยสไตล์ที่สุดตื่นเต้น และเอนเตอร์เทนแฟนบอลสุดๆ

“เฟอร์กี้” มักจะเน้นการเล่นเกมบุก และยังมีเกมสวนกลับที่เฉียบคม แมนฯ ยูฯ มักสร้างความตื่นเต้นให้กับแฟนบอลเสมอ โดยบรรดาสาวก “เร้ด อาร์มี่” พันธุ์แท้พร้อมที่จะส่งเสียงเชียร์ทีมรักตั้งแต่นาทีแรกจนกระทั่งสิ้นเสียงนกหวีดยาวในนาทีสุดท้าย โดยเฉพาะเครื่องหมายการค้าของทีมยุคเซอร์ก็คือตราบใดที่ยังมีเวลาก็จะสู้จนหยดสุดท้ายเพราะทุกอย่างสามารถเกิดขึ้นได้เสมอ ยกตัวอย่างนัดชิง ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในฤดูกาล 1998-99 ที่คว่ำ บาเยิร์น มิวนิค “เร้ด เดวิลส์” ในยุคนั้นไม่มีคำว่ายอมแพ้พวกเขาสามารถพลิกสถานการณ์กลับมาได้เสมอ และนี่คือสิ่งที่แฟนบอล “ปีศาจแดง” ทั่วโลกชื่นชอบ เพราะ เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เข้าใจอารมณ์ความรู้สึกของสาวก “เร้ด อาร์มี่” เป็นอย่างดี และรู้ว่าพวกเขาต้องการเห็นทีมเล่นฟุตบอลที่เน้นความสนุกเร้าใจ และเต็มไปด้วยประสิทธิภาพ

แต่ช่างน่าเศร้าเหลือเกินในยุคของ มูรินโญ่ เพราะ แมนฯ ยูไนเต็ด ที่เคยเป็นทีมที่น่าเกรงขามในการเล่นเกมบุก กลายสภาพเป็นทีมที่ไร้ความสนุกเหมือนกับอาหารที่แสนจืดชืด และแทบจะไม่มีเกมไหนที่ทีมเล่นได้น่าตื่นเต้นเลย พวกเขากลายเป็นทีมที่แสนน่าเบื่อ เน้นการโยนยาว ตั้งเกมรับเหนียวแน่นราวกับมีรถบัสอยู่ในสนาม โดยเป้าหมายก็คือคว้าชัยชนะ หรือแบ่งแต้มเท่านั้น
การเล่นแบบนี้มีเสน่ห์ตรงไหน ? เกมฟุตบอลมันจะสวยงามได้ยังไงถ้าหากคุณไม่มีอารมณ์ร่วม นี่เป็นอีกหนึ่งบทเรียนสำคัญที่ มูรินโญ่ ต้องเรียนรู้จาก เฟอร์กูสัน ที่สำคัญสิ่งนี้เป็นเหตุผลที่ว่าทำไม มหาบุรุษชาวสกอตติช ถึงเป็นที่รักของสาวก “ผีแดง” ทั่วโลก ส่วน “เฮียมู” คงไม่มีทางทำได้

2 การผสมผสานดาวรุ่งกับแข้งประสบการณ์  

“เซอร์เฟอร์กี้” มักจะสร้างทีมเพื่ออนาคตเสมอ โดยเขาเก่งมากๆ ในการผสมผสานนักเตะดาวรุ่งและผู้เล่นมากประสบการณ์เพื่อทำให้สโมสรแข็งแกร่งยากจะหาทีมไหนมาทัดเทียมได้ ในยามที่นักเตะสำคัญเริ่มโรยรา “ป๋ากี้” ก็สามารถดันแข้งวัยละอ่อนขึ้นมาเพื่อทดแทนอย่างกรณีเหล่าแก๊ง “คลาส ออฟ 92” เป็นต้น

นอกจากนี้ เฟอร์กูสัน มีพรสวรรค์ในเรื่องที่ให้แข้งมากประสบการณ์คอยประคับประครองนักเตะดาวรุ่ง ซึ่งยังไม่สามารถแบกรับบทบาทหน้าที่ได้อย่างเต็มที่ แต่สิ่งสำคัญของแข้งวัยละอ่อนก็คือการที่จะต้องเรียนรู้เกี่ยวกับคุณค่าและทัศนคติของสโมสรเป็นสิ่งแรก ทีมทุกชุดของเฟอร์กูสันที่สร้างขึ้นมาจะมีนักเตะดาวรุ่งชั้นดี และมักจะใส่ดีเอ็นเอความเป็น แมนฯ ยูไนเต็ด ให้กับลูกทีมทุกคน

ส่วน มูรินโญ่ เปลี่ยนแปลงความเป็นแมนฯ ยูไนเต็ด จนหมดสิ้น เขาทุ่มเงินซื้อนักเตะเข้ามาร่วมทีม โดยไม่เคยคิดพยายามให้นักเตะดาวรุ่งได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ เขาพยายามพิสูจน์ตัวเองว่าเป็นผู้ชนะโดยไม่ยอมเสียเวลากับการสร้างอะไรทั้งนั้น และนี่คือปัญหาใหญ่ของเขา

เห็นได้ชัดว่าเขาจำเป็นต้องใช้นักเตะดาวรุ่งเพราะโดนกดดันให้ต้องส่งลงสนาม นั่นคือเหตุผลที่ว่าทำไมพวกเขาถึงไม่ประสบความสำเร็จ และไม่มีพัฒนาการอย่างที่พวกเขาคาดหวัง “เฮียมู” ไม่คิดที่จะสร้างทีม เขาไม่สนใจเรื่องอนาคต และนี่เป็นหนึ่งในบทเรียนที่สำคัญมากๆ ที่ กุนซือเลือดฝอยทอง ควรจะเรียนรู้จาก “เซอร์เฟอร์กี้” นั่นก็คือการสร้างทีมเพื่ออนาคต

3 เชื่อมั่นในลูกทีม 

นักเตะทุกคนที่เล่นภายใต้การกุมบังเหียนของยอดคนสกอตติช เคารพยำเกรง และรักท่านเซอร์จนสุดลิ่มทิ่มหัวใจของพวกเขา เขาไม่เคยต้องขอร้องอะไรทั้งนั้น นี่เป็นพฤติกรรมและแนวทางที่เขาใช้ในการดำเนินชีวิตมาตลอด “ป๋ากี้” เคยทะเลาะกับลูกทีมหลายคนในช่วงระหว่างคุมทีม แต่มีนักเตะเพียงไม่กี่คนที่ไม่พอใจ

เขาเป็นผู้จัดการทีมที่เก่งมากๆ และเป็นหนึ่งในบุคคลที่เต็มไปด้วยพรสวรรค์ แม้ว่าจะพูดจารุนแรงใส่ลูกทีมในห้องแต่งตัวหลายๆ ครั้งก็ตาม โดยทุกๆ คนที่เกิดมาในยุคของ “เฟอร์กี้” มักจะเล่าเรื่อง “แฮร์ดรายเออร์” ที่ป๋าใช้กับลูกทีม แต่กระนั้นเขาก็ไม่เคยวิจารณ์ลูกทีมกับสื่อ เขารู้จักผ่อนหนักผ่อนเบา แต่ในขณะเดียวกันก็สามารถดึงฟอร์มที่ดีที่สุดของลูกทีมออกมาได้เสมอ

จำได้ไหมว่า “เซอร์เฟอร์กี้” จัดการ เวย์น รูนี่ย์ ในฐานะเด็กห้าวให้เชื่องเป็นแมว, เฉดหัว เดวิด เบ็คแฮม ที่ทำตัวปีนเกลียวแล้วดึง โรนัลโด้ มาแทนที่ เขาเข้าใจลูกทีมของเขาได้เป็นอย่างดี นี่เป็นสิ่งที่ทำให้เขาเป็นผู้จัดการทีมที่เก่งที่สุดอย่างแท้จริง

ขณะที่ มูรินโญ่ ยังคงห่างชั้นท่านเซอร์ในเรื่องนี้ เขาไม่สามารถดึงศักยภาพที่แท้จริงของ ป็อกบา, ไบยี่ และ ซานเชซ ออกมาได้เลย แถมยังมีหลายครั้งที่มักจะมีปัญหากับลูกทีมตัวเอง ยิ่งไปกว่านั้นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ผู้จัดการทีมไม่ได้รับความเคารพจากนักเตะก็คือการวิจารณ์ลูกทีมตัวเองกับสื่อด้วย

แทงบอลออนไลน์

4. ถ่อมตัว

เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน คว้าแชมป์ 38 รายการในฐานะผู้จัดการทีมแมนฯ ยูไนเต็ด แต่ไม่เคยมีครั้งไหนที่คุณจะได้ยินเขาคุยโตเกี่ยวกับตัวเอง เขาเป็นคนแรกที่ออกมารับคำตำหนิในหลายๆ สิ่งที่ผิดพลาด และมักจะยกเครดิตให้กับทุกๆ คนเสมอ

ในช่วงระหว่างที่กุมบังเหียนเขาต้องต่อกรกับผู้จัดการทีมมากมาย โดย “เซอร์เฟอร์กี้” เป็นคนที่มีชื่อเสียงมากๆ ในการเล่น “สงครามจิตวิทยา” แต่ขณะเดียวกันเขาก็ให้ความเคารพ และนับถือเพื่อนร่วมอาชีพเช่นเดียวกัน มหาบุรุษเลือดวิสกี้ สามารถควบคุมอารมณ์เกรี้ยวกราดของตัวเองได้ และเป็นคนที่อ่อนน้อมถ่อมตนเสมอ

อย่างไรก็ตามเขาก็มักจะใส่เต็มที่กับกรรมการ มีหลายครั้งที่เห็นเขาจัดหนักใส่ผู้ตัดสินที่ 4 แล้วมีกี่ครั้งที่เขาตะโกนและเกรี้ยวกราดใส่ท่านเปา ? เซอร์อเล็กซ์ ต้องเผชิญกับบทลงโทษจากเอฟเอ เกี่ยวกับพฤติกรรมของเขา และไม่เคยพูดจาอ้อมค้อมกับกรรมการ นี่เป็นสิ่งที่ทำให้เขาเป็นกุนซือที่น่าเกรงขามในลีก

มูรินโญ่  มักทำตัวหยิ่งทระนง และคุยโวโอ้อวด เขาคาดหวังให้ทุกๆ คนเคารพในตัวเขา ถ้าเขาอยากได้ความเคารพจากคนอื่น เขาต้องเรียนรู้ที่จะเคารพลูกทีม รวมทั้งเพื่อนร่วมอาชีพด้วย โดยกุนซือชาวโปรตุเกสต้องรู้จักที่จะอ่อนน้อมถ่อมตัวให้มากกว่านี้ หากจะมองหาคนที่น่าเคารพยำเกรง และเป็นผู้จัดการทีมที่เก่งมากๆ ในพรีเมียร์ลีก ยกตัวอย่าง เจอร์เก้น คล็อปป์, เป๊ป กวาร์ดิโอล่า และ เมาริซิโอ ซาร์รี่ แม้ว่ามันอาจจะสายเกินไปที่ มูรินโญ่ จะเปลี่ยนแปลงตัวเอง แน่นอนว่าความทระนงตัวของเขาจะทำให้เขาต้องพบกับหายนะครั้งแล้วครั้งเล่า

5. เข้าใจตลาดซื้อขายนักเตะ
เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เข้าใจตลาดพ่อค้าแข้งอย่างลึกซึ้ง เขาเคยทุ่มเงินเป็นสถิติโลกในการซื้อกองหลังมาแล้วเมื่อทีมจำเป็นต้องการตำแหน่งนี้ และไม่สนใจซื้อใครมาร่วมทีมเลยหากว่าไม่จำเป็นต้องซื้อ แน่นอนว่า “เฟอร์กี้” รู้ถึงสิ่งที่ทีมของเขาขาดหายไป และพยายามอย่างเต็มที่ในการดึงพรสวรรค์ของนักเตะออกมา

ตำนานกุนซือชาวสกอตติช เคยควักกระเป๋าดึงนักเตะพรสวรรค์ที่ไม่เคยมีใครรู้จักอย่าง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ มาร่วมทีม และนายทวารดาวรุ่งอย่าง ดาบิด เด เคอา เพราะพวกเขาเป็นผู้เล่นที่จำเป็นอย่างมากที่จะเข้ามาเติมเต็มในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

ตอนที่ แมนฯ ยูไนเต็ด เซ็นสัญญา โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ มาจาก อาร์เซน่อล ดูเหมือนว่า เซอร์เฟอร์กี้ โดนค่อนขอดในการซื้อนักเตะรายนี้ แต่หลังจากผ่านไป 38 แมตช์  “อาร์วีพี” ช่วยให้ “ผีแดง” คว้าแชมป์ลีกได้สำเร็จ นี่คือสิ่งที่ มูรินโญ่ จำเป็นต้องเรียนรู้

นับตั้งแต่ที่ มูรินโญ่ เข้ามาทำงานกับ แมนฯ ยูฯ เขาทุ่มเงินเป็นสถิติโลกซื้อ ปอล ป็อกบา แต่ไม่ค่อยได้ใช้เขาอย่างเหมาะสม จากนั้นก็ ดึง เอริก ไบยี่ และในฤดูกาลถัดมาก็คว้าตัว วิคเตอร์ ลินเดอเลิฟ รวมไปถึงดึง เฮนริค มคิตาร์ยาน ซึ่งเป็นกองกลางตัวสร้างสรรค์เกมแต่เขาไม่เคยใช้นักเตะในตำแหน่งเพลย์เมกเกอร์เลย

สำหรับฤดูกาลนี้ “เฮียมู” ไม่สามารถดึงนักเตะพรสวรรค์มาร่วมทีมได้เลย ที่สำคัญเขาไม่รู้ถึงสิ่งที่เขาต้องการ เขาดึง อเล็กซิส ซานเชซ มาร่วมทีมช่วงฤดูหนาวที่ผ่านมา ทั้งๆ ที่มีสองดาวรุ่งพรสวรรค์เล่นในตำแหน่งเดียวกันแท้ๆ ( อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล กับ มาร์คัส แรชฟอร์ด) และไม่ค่อยให้โอกาสดาวรุ่งมากนัก  นี่เป็นสิ่งที่ มูรินโญ่ ควรจะเรียนรู้ว่า เฟอร์กูสัน ทำยังไงเกี่ยวกับสถานการณ์แบบนี้

ไฮไลท์ฟุตบอล

 

Be the first to comment

Leave a comment

Your email address will not be published.


*