15/12/2018 6:16 PM
ติดต่อได้ 24 ชั่วโมง LINE : @i99casino
ติดต่อได้ 24 ชั่วโมง LINE : @i99casino
**สามารถนำ user จาก i99bet มาเข้าระบบที่นี่
สมัครสมาชิก

5 สิ่งสำคัญ ทีมชาติไทยบุกโค่นฮ่องกง ศึกอุ่นเครื่องฟีฟ่าเดย์

5 สิ่งสำคัญ ทีมชาติไทยบุกโค่นฮ่องกง ศึกอุ่นเครื่องฟีฟ่าเดย์

เหลืออีกไม่กี่อึดใจ การแข่งขันในศึกฟุตบอลนัดกระชับมิตร FIFA International “A”  Match หรือ “ฟีฟ่าเดย์” เกมแรกของขุนพลลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาก็จะได้ฤกษ์อุบัติขึ้น ซึ่งแน่นอนทีมชาติไทย ตั้งเป้าหมายทำผลงานให้ดีที่สุด พร้อมซิวชัยกลับแผ่นดินสยามประเทศ
ดูบอลออนไลน์

i99 i99casino ทางเข้าi99 สล็อตออนไลน์ ดูบอล ดูบอลออนไลน์ ดูบอลฟรี คาสิโนออนไลน์

i99 i99casino ทางเข้าi99 สล็อตออนไลน์ ดูบอล ดูบอลออนไลน์ ดูบอลฟรี คาสิโนออนไลน์

วิเคราะห์บอล

โดยก่อนที่เกมระหว่าง ทีมชาติไทย บุกไปเยือนฮ่องกง จะเริ่มขึ้นในเวลา 19.00 น. (ตามเวลาประเทศ) เราจะพาไปเจาะเหตุผลชัดๆ 5 ข้อ ที่จะพาทีมชาติไทย บุกไปเอาชนะ ทีมชาติฮ่องกง เพื่อมอบความสุขให้แก่แฟนบอลชาวไทย !

1. อย่าเสียลูกตั้งเตะบ่อย

อย่างที่หลายคนรู้ว่า ทีมชาติฮ่องกง มีผู้เล่นที่ถูกโอนสัญชาติถึง 8 คน และที่สำคัญแต่ละรายมีรูปร่างที่สูงใหญ่ทั้งนั้น แน่นอนสไตล์การเล่นของฮ่องกง จะเน้นบอลโยนเป็นพิเศษ เพราะมีศูนย์หน้าอย่าง ซานโดร เลโอนาร์โด ที่สูง 190 เซนติเมตร แถมยังมี  เจมส์ แม็กกี กองหน้ามากประสบการณ์ที่จะคอยช่วยซัพพอร์ตอยู่ในแดนเขตโทษของไทยอีกด้วย

นี่คือเหตุผลที่ว่าทำไมต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ อย่าเสียลูกตั้งเตะหน้าประตู , ลูกฟรีคิก หรือลูกเตะมุมบ่อย ไม่เช่นนั้นอาจถึงเสียประตูเลยทีเดียว

2. แข้งหน้าใหม่ต้องงัดฟอร์มเด็ด

แน่นอน 23 ขุนพลทีมชาติไทย ชุดนี้ มีแข้งเจเนอเรชั่นใหม่ติดทีมเพียบอาทิ อานนท์ อมรเลิศศักดิ์ ปีกดาวรุ่งราคา 20 ล้านบาทของ บางกอกกล๊าส เอฟซี พ่วงด้วยกองหน้าดาวรุ่งจาก “ปราสาทสายฟ้า” อย่าง ศุภชัย ใจเด็ด รวมไปถึง มาร์โก บัลลินี ปราการหลังลูกครึ่งไทย-อิตาลี ที่ขึ้นทำเนียบชุดใหญ่เป็นครั้งแรก ถือเป็นเรื่องดีที่นักเตะเหล่านี้จะได้พิสูจน์ตัวเอง

อย่างไรก็ตาม เมื่อได้รับโอกาสถูกส่งลงสนามเมื่อไหร่ แข้งหน้าใหม่ทั้งหลาย ต้องโชว์ฟอร์มงัดความสามารถของตัวเองที่มีออกมาให้ได้มากที่สุด เพราะถ้าหากโชว์ฟอร์มดีจนเข้าตา มิโลวาน ราเยวัช อาจมีชื่อติดทีมลุยศึก “เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2018” ในเดือนพฤศจิกายนนี้ก็เป็นได้

3. จุดอ่อน “ฮ่องกง” คือเกมรับ
ถึงแม้ว่าจุดแข็งของทีมชาติฮ่องกง คือการลงเล่นในฐานะเจ้าบ้าน รวมถึงเรื่องของรูปร่างที่มีความสูงใหญ่ แต่ในขณะเดียวกัน ฮ่องกง ยังมีจุดอ่อนในเรื่องของเกมรับ และที่สำคัญคือการรับมือเกมโต้กลับของคู่ต่อสู้ จุดนี้แหละที่ทัพช้างศึก ต้องอาศัยจุดแข็งเข้าจู่โจม ถ้าทำได้ชัยชนะคงอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม

4. ประสบการณ์ ‘ราเยวัช’ เหนือกว่า ‘แกรี่ ไวท์’

มิโลวาน ราเยวัช กุนซือชาวเซอร์เบียวัย 63 ปี ผ่านประสบการณ์การคุมทีมมาเกือบ 20 ปี มีดีกรีเป็นถึงอดีตกุนซือทีมชาติกาน่า เคยพาทีมชาติกาน่าทะลุเข้าถึงรอบ 8 ทีมสุดท้าย ศึกฟุตบอลโลก 2010 ที่แอฟริกาใต้ ด้วยเกมรับที่เหนียวแน่น เน้นผลการแข่งขัน ขณะที่ในการคุมทีมชาติไทย ชุดใหญ่ เขาคุมไปแล้ว 11 นัด มีผลงาน ชนะ 4 แพ้ 5 เสมอ 2

ด้าน แกรี่ ไวท์ กุนซือชาวอังกฤษวัย 44 ปี เพิ่งเข้ามารับตำแหน่งเฮดโค้ชคนใหม่ของทีมเขตบริหารพิเศษฮ่องกง หมาดๆ โดยจะลงประเดิมหน้าที่ของกุนซือเกมแรกด้วยการพาทีมฮ่องกง ดวลกับ ทีมชาติไทย ทันที

อย่างไรก็ตาม แกรี่ ไวท์ เคยผ่านประสบการณ์การคุมทีมมาเกือบ 20 ปี เริ่มรับงานในการคุมหมู่เกาะบริติชเวอร์จิน ในปี 1998-1999 จากนั้นคุมทีมชาติบาฮามาส ปี 1999-2008 ก่อนจะไปรับงานทีมชาติกวม ปี 2012-2016 ต่อมาข้ามทวีปมาคุมสโมสรเซี่ยงไฮ้ เสิ่นซิน ในศึกไชน่า ลีก วัน ประเทศจีน ในปี 2016 แต่อยู่ได้เพียงฤดูกาลเดียวก็ไปคุมทีมชาติไต้หวัน ในปี 2017-2018 และล่าสุดเข้ามารับงานคุมทีมฮ่องกง นั่นเอง

5. “ราเยวัช” ถึงเวลาโชว์กึ๋น

มิโลวาน ราเยวัช มักสตาร์ทด้วยระบบ 5-4-1 ที่เขาคิดว่าเหมาะสม และรัดกุมที่สุดสำหรับทีมชาติไทยในยุคปัจจุบัน ซึ่งแผนนี้ทำให้ไทยเล่นเกมรับได้แข็งแกร่ง ขณะที่กองกลางก็มีจำนวนมากพอที่จะหยุดยั้งเกมรุกของคู่แข่ง อย่างที่หลายคนเคยเห็นในศึกฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพครั้งที่ 46 เมื่อช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

แต่ทว่า คงถึงเวลาแล้วที่ ราเยวัช ต้องโชว์ทักษะเอาความสามารถในการคุมทีมออกมาให้สาธารณชนเห็น เพราะรายการที่จะชี้ชะตาอนาคตของ ราเยวัช ซึ่งสัญญาในการคุมทัพช้างศึกจะสิ้นสุดในช่วงกลางปีหน้า ขึ้นอยู่กับ 2 รายการในปลายปีนี้และต้นปีหน้านั่นเอง

สำหรับการแข่งขันในศึกฟุตบอลนัดกระชับมิตร FIFA International “A”  Match ระหว่าง ทีมชาติฮ่องกง เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือน ทีมชาติไทย จะมีขึ้นวันพฤหัสบดีที่ 11 ตุลาคม พ.ศ.2561 ที่สนามมงก๊ก สเตเดี้ยม เวลา 19.00 น. (ตามเวลาประเทศไทย) ถ่ายทอดสดทาง ไทยรัฐทีวี

ไฮไลท์ฟุตบอล