เปิดตัวคอลเลกชั่นของที่ระลึกใหม่เลสเตอร์ ชูสินค้าภูมิปัญญาไทย เป็นมิตรสิ่งแวดล้อม

เปิดตัวคอลเลกชั่นของที่ระลึกใหม่เลสเตอร์ ชูสินค้าภูมิปัญญาไทย เป็นมิตรสิ่งแวดล้อม

หนึ่งจุดที่น่าสนใจจากศึกพรีเมียร์ลีกคู่บิ๊กแม็ตช์วันบ๊อกซิ่งเดย์ที่ ลิเวอร์พูล บุกเอาชนะ เลสเตอร์ ถึงรัง คิง เพาเวอร์ 4-0 เกิดขึ้นตอนนักเตะทั้งสองฝั่งเดินลงสู่สังเวียน

เปิดตัวคอลเลกชั่นของที่ระลึกใหม่เลสเตอร์ ชูสินค้าภูมิปัญญาไทย เป็นมิตรสิ่งแวดล้อม
เปิดตัวคอลเลกชั่นของที่ระลึกใหม่เลสเตอร์ ชูสินค้าภูมิปัญญาไทย เป็นมิตรสิ่งแวดล้อม

 

หนึ่งจุดที่น่าสนใจจากศึกพรีเมียร์ลีกคู่บิ๊กแม็ตช์วันบ๊อกซิ่งเดย์ที่ ลิเวอร์พูล บุกเอาชนะ เลสเตอร์ ถึงรัง คิง เพาเวอร์ 4-0 เกิดขึ้นตอนนักเตะทั้งสองฝั่งเดินลงสู่สังเวียน

ผู้เล่น “จิ้งจอกสยาม” มาในเสื้อแจ็กเก็ตที่แปลกตาออกไป
    ไม่ใช่ความบังเอิญ หากแต่เป็นความตั้งใจของกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ ไทย  พลังคนไทย
เรื่องนี้มีที่มาที่น่าสนใจ และชวนให้คนไทยได้ภาคภูมิใจ
    เพราะเสื้อแจ็กเก็ตที่นักเตะสวมใส่ขณะเดินย่างเท้าออกจากอุโมงค์สู่สนามก่อนเกม เป็นฝีมือของคนไทย ซึ่งถูกถ่ายทอดให้คนทั่วโลกได้เห็นถึงความงดงาม
และคุณค่าของภูมิปัญญาไทย
เสื้อแจ็กเก็ตรุ่นนี้ เป็นการ Collaborate เทคนิคการย้อมสีระหว่างทางใต้จากชุมชนคีรีวง นครศรีธรรมราช (สีเหลืองทองช่วงล่าง) และทางเหนือจากชุมชนตะเคียนปม ลำพูน
(สีฟ้าครามช่วงบน) ปักโลโก้สโมสรที่อกซ้าย พร้อมปักรูปธงชาติไทยที่แขนข้างซ้าย และธงชาติอังกฤษที่แขนข้างขวา นำพาความเป็นไทยไปสู่สากลตามเป้าหมายของกลุ่ม
บริษัทฯ ที่ต้องการให้ผลงานของคนไทยไปไกลถึงระดับโลกโดยแท้จริง โดยมีการผลิตออกมาจำนวนจำกัดเป็นพิเศษเพียง 50 ตัวเท่านั้น เพื่อเป็นเปิดตัวคอลเลกชั่นสินค้าที่
ระลึกใหม่ล่าสุดของ เลสเตอร์ อย่างเป็นทางการ และประชาสัมพันธ์สินค้าฝีมือคนไทยให้เป็นที่ประจักษ์แก่ชาวโลก
สำหรับคอลเลกชั่นสินค้า Ready-to-wear รุ่น Limited Edition ของ เลสเตอร์ ประจำปี 2563 มีชื่อว่า From Leaves to Lively Thai Dye Collection โดยได้รับแรงบันดาลใจ
จากความงดงามของธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ ก่อเกิดเป็นสินค้าผ้ามัดย้อมสีธรรมชาติที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในคอลเลกชั่นพิเศษที่ผลิตโดยชุมชนหมู่บ้านคีรีวง
ต. กำโลน อ. ลานสกา จ. นครศรีธรรมราช ร่วมกับทีมครีเอทีฟของสโมสรเลสเตอร์ และกลุ่มบริษัทคิง เพาเวอร์ เริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 26 ธันวาคมนี้
เป็นต้นไป ณ เดอะ ซิตี้ แฟนสโตร์ แอท คิงเพาเวอร์สเตเดียม เมืองเลสเตอร์ ประเทศอังกฤษ, คิง เพาเวอร์ สาขารางน้ำ, พัทยา, ศรีวารี, ภูเก็ต, คิง เพาเวอร์ มหานคร
และภายในสนามบินดอนเมือง, สนามบินสุวรรณภูมิ, สนามบินภูเก็ต และสนามบินอู่ตะเภา  login แทงบอล sbobet เข้าไม่ได้
 From Leaves to Lively Thai Dye Collection ได้รับการออกแบบ และรังสรรค์งาน ภายใต้แนวคิด Enchanted Wonderland หรือมนต์เสน่ห์แห่งดินแดนมหัศจรรย์
เพื่อเชิดชูภูมิปัญญา และคุณค่าทางวัฒนธรรมของผ้ามัดย้อมธรรมชาติ ที่เลือกใช้วัสดุในการย้อมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมของทางภาคใต้ที่เกิดจากฝีมือของชุมชนบ้านคีรีวง
ต. กำโลน อ. ลานสกา จ. นครศรีธรรมราช กลายเป็นคอลเลกชั่นเสื้อผ้า และแอคเซสซอรี่ผ้ามัดย้อมสีธรรมชาติสไตล์โมเดิร์น สีสันสดใส
สามารถมิกซ์แอนด์แมทช์กับการแต่งกายในชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว ทั้งเสื้อยืดแขนสั้น-แขนยาว เสื้อเชิ๊ต หมวก กระเป๋าสะพายหูรูด กระเป๋าสะพายไหล่
กระเป๋าใส่เอกสาร ลูกบอล และพวงกุญแจ รวม 17 แบบ
นายอัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ และประธานสโมสร เลสเตอร์ ซิตี้ เปิดเผยว่า “กลุ่มบริษัท คิงเพาเวอร์ได้ใส่ใจในเรื่องสิ่ง
แวดล้อมที่ทั่วโลกกำลังให้ความสนใจ และร่วมรณรงค์ให้ช่วยกันลด ละ การทำลายธรรมชาติ บริษัทฯ ตระหนักถึงปัญหาสิ่งแสดล้อมที่ทั่วโลกกำลังประสบอยู่ จึงได้สนับสนุน
สินค้าไทยที่ใช้สีธรรมชาติที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมาแล้ว จำนวน 3 คอลเลกชั่น และคอลเลกชั่นที่ 4 นี้ ‘คอลเลกชั่น From Leaves to Lively Thai Dye Collection’ ได้เกิด
จากความร่วมมือระหว่างกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ ภายใต้โครงการกิจกรรมเพื่อสังคม คิงเพาเวอร์ไทย เพาเวอร์พลังคนไทย ด้านชุมชน, สโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ ซิตี้
และชุมชนบ้านคีรีวง จ. นครศรีธรรมราช นับเป็นปีที่ 3 คอลเลกชั่นที่ 4 ที่เราได้นำสินค้าชุมชนมาอวดสายตาชาวโลกอีกครั้ง ถือได้ว่า เป็นอีกหนึ่งผลงานแห่งความภาคภูมิใจที่เรา
ได้ร่วมเป็นคู่คิด และคู่ค้ากับชุมชน เพื่อชูจุดแข็ง และภูมิปัญญาของชาวไทยที่เลือกใช้วัสดุจากธรรมชาติมาสร้างสรรค์ให้เกิดเป็นผลงานอันงดงาม”
 “เราตั้งใจผลิตคอลเลกชั่นพิเศษจากฝีมือคนไทยทุกปี หมุนเวียนเปลี่ยนชุมชนไปตามภาคต่างๆ เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ดีไซน์ใหม่ๆ น่าสะสม โดยเข้ามาสนับสนุนชาวบ้านในเรื่อง
ของการผลิตตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ ช่วยกันคิด ช่วยกันออกแบบ พัฒนาสินค้าให้ตรงใจผู้บริโภค และตอบโจทย์กับตลาดต่างประเทศ เพื่อสานต่อเจตนารมณ์ในการช่วยเหลือ
ชุมชนให้สามารถสร้างอาชีพได้อย่างยั่งยืนจากความถนัดของตัวเอง”
    สำหรับสินค้าในคอลเลกชั่นนี้ ทำจากผ้ามัดย้อมสีธรรมชาติทั้งหมด เป็นการย้อมสีผ้าทั้งผืน และเสื้อผ้าสำเร็จรูป โดยใช้เทคนิคการมัด หรือพับด้วยวัสดุที่มีความทนทาน
อย่าง แผ่นไม้ ก้อนหิน แล้วมัดด้วยเชือกฟาง เชือกกล้วย หรือหนังยางให้แน่น เพื่อกันสีซึมผ่าน หลังจากนั้น จึงนำไปย้อมสีธรรมชาติตามต้องการ ออกมาเป็น 4 สีหลัก
ได้แก่ สีเทาอมน้ำเงินจากใบคราม, สีส้มอมชมพูจากใบมังคุด, สีเหลืองจากใบหูกวาง, สีน้ำตาลอ่อนจากฝักสะตอ
กรรมวิธีประกอบด้วย
    1. การเตรียมน้ำด่าง ซึ่งทางบ้านคีรีวงใช้น้ำด่าง 2 ชนิด คือ น้ำด่างขี้เถ้าจากการเผาไม้ยางพารา และน้ำด่างขี้เถ้าจากเปลือกหอยแครงเผา
    2. การเตรียมน้ำย้อมสี โดยนำส่วนต่างๆ ของพืช เช่น ใบไม้ เปลือกไม้ แก่นไม้ ดอกไม้ มาต้มไว้ 5-8 ชั่วโมง กรองเฉพาะน้ำสีด้วยผ้าขาวบาง แยกกากออกมา
เพื่อนำไปมัดย้อมต่อไป
    3. การฟอกผ้า โดยนำผ้าฝ้ายมาฟอกก่อน โดยต้มกับน้ำเปล่า หรือน้ำด่างขี้เถ้าจากไม้ยางพาราเพื่อชะล้างคราบแป้ง และไขมันที่เกาะอยู่บนผ้า แล้วซักด้วยน้ำเปล่า
บิดพอหมาด เพื่อนำไปมัดลายต่อไป
    4. การมัดลาย เทคนิคการมัดลายที่ใช้มี 3 วิธี คือ วิธีที่ 1 การมัดแล้วพับ เป็นการพับผ้าให้เป็นรูปต่างๆ แล้วมัดด้วยยางหรือเชือก ผลที่ได้ คือ ลวดลายที่มีลักษณะด้านซ้าย
และขวามีความใกล้เคียงกัน โดยผ้ามีสีอ่อนด้านหนึ่ง และสีเข้มอีกด้านหนึ่ง วิธีที่ 2 การขยำแล้วมัด เป็นการขยำผ้าอย่างไม่ตั้งใจ แล้วมัดด้วยยางหรือเชือก ลวดลายที่ได้จะเป็น
ลวดลายอิสระ การขยำผ้าแต่ละครั้งไม่สามารถควบคุมการทับซ้อนของผ้าได้ ดังนั้นจึงได้ลวดลายที่ไม่ซ้ำแบบ และวิธีที่ 3 การห่อแล้วมัด เป็นการใช้ผ้าห่อวัตถุต่างๆ
แล้วมัดด้วยยางหรือเชือก ลายที่เกิดจะเป็นลายใหญ่ หรือเล็กขึ้นอยู่กับวัตถุที่นำมามัด เช่น การนำผ้ามามัดด้วยก้อนหิน รูปทรงแปลกๆ นำมามัดไขว้ไปมา
เว้นจังหวะของการมัดให้มีพื้นที่ว่างเพื่อให้สีซึมเข้าไปได้ ซึ่งการมัดด้วยวิธีนี้ จะเกิดความสวยงามแปลกตากว่าการมัดด้วยวิธีอื่นๆ
    5. การย้อม นำผ้าที่มัดลายแล้วไปต้มกับน้ำสีที่เตรียมไว้ 3 ชั่วโมง โดยใช้เตาไร้ควัน และทุก 1 ชั่วโมง นำผ้ามัดย้อมล้างในน้ำด่าง หรือน้ำขี้เถ้า หรือน้ำโคลนแดง
หรือน้ำปูน แล้วย้อมสีอีกครั้ง เมื่อย้อมเสร็จ นำไปผึ่งในที่ร่ม แล้วเข้าสู่กระบวนการตัดเย็บต่อไป
“กว่า 30 ปีแล้ว ที่คิง เพาเวอร์ได้เข้าไปช่วยพัฒนาสินค้าชุมชนทั่วทุกภูมิภาค เราอยากมีส่วนช่วยสร้างอาชีพ และมอบคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ชุมชนต่างๆ ให้เติบโตอย่างเข้มแข็ง
ให้พวกเขามีช่องทางการตลาดเพิ่มขึ้น และเป็นที่รู้จักในวงกว้าง จนนำไปสู่การกระจายรายได้สู่ชุมชนอย่างยั่งยืนตามความมุ่งหวังของคิง เพาเวอร์ ที่อยากเห็นคนไทยได้แสดง
ความสามารถในระดับสากล ภายใต้ความเชื่อมั่นว่าคนไทยทำได้ไม่แพ้ชาติใดในโลก”นายอัยยวัฒน์ ทิ้งท้าย
    #KINGPOWERTHAIPOWERพลังคนไทย #WeBelieveInThaiPower #เชื่อในพลังคนไทย
อีกหนึ่งช่องทางในการติดตามข่าวสารและโปรโมชั่นดีๆLine@i99casino