ตำนานเลยนะนั่น! วูล์ฟ อยากได้ ดิว็อค โอริกี้ ไปร่วมทีมในหน้าหนาวนี้

ตำนานเลยนะนั่น! แฟนบอล ลิเวอร์พูล ให้คำตอบ วูล์ฟ แฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส หลังมีข่าวอยากได้ ดิว็อค โอริกี้ ไปร่วมทีมในหน้าหนาวนี้

 

 

 วูล์ฟ แฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส ตกเป็นข่าวเมื่อวันพุธที่ 15 มกราคม ที่ผ่านมาว่า ต้องการที่จะดึง ดิว็อค โอริกี้ กองหน้า ลิเวอร์พูล ไปเสริมทัพในช่วงเปิดตลาดซื้อขายนักเตะรอบ 2 เดือนมกราคมนี้

อย่างไรก็ตาม เชื่อว่า “หงส์แดง” ไม่ปล่อยหัวหอกเบลเยียม ออกจากถิ่น แอนฟิลด์ อย่างแน่นอน เพราะเป็นนักเตะที่มีส่วนสำคัญต่อทีม แม้ไม่ได้เป็นตัวจริงก็ตาม เนื่องจากเวลาที่ได้โอกาสลงสนามมักจะทำประตูสำคัญได้หลายต่อหลายครั้ง

ขณะที่แฟนบอล ลิเวอร์พูล ก็ไม่อยากไม่ทีมรักขาย โอริกี้ เช่นกัน โดยหลังจากมีข่าว วูล์ฟส์ อยากได้ไปร่วมทีมก็พากันประสานเสียงว่า “หงส์แดง” ไม่มีทางขายแน่นอน

แฟนบอลที่ใช้บัญชีทวิตเตอร์ชื่อว่า @FTunanovic ทวีตข้อความว่า “นรกไม่มีทาง พวกเราต้องการ ดิว็อค! ”

ขณะที่ @SAMUEL__ABAH แสดงความเห็นว่า “เขาจะไม่มีทางไปไหน”

ด้าน @Vasan5476 ทวีตว่า “ไม่มีค่าตัวสำหรับตำนานของเรา และเขาก็ไม่ได้เป็นนักเตะที่มีไว้ขาย”

ส่วน @ErrannaMaahen บอกว่า “เสียใจด้วย เขาคือตำนานของเรา”

วูล์ฟ แฮมป์ตัน
วูล์ฟ แฮมป์ตัน

 

เส้นทางตัวประกอบระดับมาสเตอร์พีซของ “ดิว็อค โอริกี้”

คำว่านักเตะประวัติศาสตร์ของ โอริกี้ นั้นไม่ได้เพิ่งมาเป็นเอาเมื่อหลังจบเกมที่ ลิเวอร์พูล เอาชนะ บาร์เซโลน่า แต่ต้องย้อนกลับไปตั้งแต่วัยเด็กของเขาเลย พ่อแม่ของเขาเป็นชาวเคนยา ไมค์ โอโกธท์ โอริกี้ พ่อของเขาเป็นนักฟุตบอลอาชีพที่เคยเล่นให้กับสโมสร อุสเตนด์ และนั่นทำให้ครอบครัวได้ย้ายมาอยู่ที่

ประเทศเบลเยี่ยม และ ดิว็อค คือลูกไม้ใต้ต้นอย่างแท้จริง

“ลูกฟุตบอลนั้นอยู่ที่บ้านตั้งแต่ก่อนเขาเกิด เมื่อเขาหัดเดิน สิ่งที่เขาทำคือการเตะมันไปรอบๆ บ้าน”ไมค์ เล่าถึงความผูกพันของลูกชายและฟุตบอล

โอริกี้ ฝึกฟุตบอลจริงๆ จังๆ ตั้งแต่อายุ 5 ขวบ ด้วยการเข้าทีม KDFC De Zuwaluw Wiemesmeer และร่างกายแบบแอฟริกันทำให้เขาเก่งกว่าเด็กๆทุกคนในรุ่นเดียวกัน การเจริญเติบโตของ โอริกี้ ถือว่าไวกว่าเด็กทั่วไป ไมค์ ผู้เป็นพ่อเผยว่า ร่างกายของเขามีการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่อายุ 6 ขวบ และเป็นเช่นนั้นเรื่อยมาในการแข่งรุ่นจูเนียร์

“ตอน ดิว็อค 6 ขวบ เขามีครบแล้วถ้าเทียบกับเด็กรุ่นเดียวกัน มีพรสวรรค์กว่า, สูงกว่า และ แข็งแกร่งกว่า และเมื่อเขาไปโรงเรียนผมมักจะได้รับรายงานจากคุณครูเสมอว่าเขาเล่นฟุตบอลได้ดียิ่งกว่าใครๆ” พ่อของเขาว่าต่อ ก่อนจะเล่าเรื่องราวหลังจากความเก่งเกินวัยนั้นว่ามีทีมดังของประเทศที่อยู่ห่างบ้านของ

เขาเพียง 2 ชั่วโมงอย่าง เกงค์ ดึงไปเข้าทีมอคาเดมี่ตั้งแต่ 9 ขวบ ช่วงที่อยู่กับ เกงค์ นั้น ณ ตอนแรก โอริกี้ ได้เริ่มเล่นในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรับก่อนถูกผลักดันให้เป็นนักเตะตำแหน่งกองหน้าตอนอายุ 14 ปี หลังจากนั้นเพียงปีเดียวการเปลี่ยนตำแหน่งก็ทำให้เขาเข้าตาทีมจากฝรั่งเศสและได้ย้ายประเทศตั้งแต่

อายุ 15 ปี เมื่อลีลล์ คว้าตัวไปร่วมทีม  โปรแทงบอล

ช่วงที่เล่นกับ ลีลล์ นั้น โอริกี้ ได้ฉายาว่า “เบบี้ ไคลเวิร์ต” นั่นหมายถึงการหาโอกาสจบสกอร์ที่เก่งกาจเหมือนกับ พาทริก ไคลเวิร์ต ตำนานทีมชาติฮอลแลนด์ที่เคยย้ายมาเล่นกับ ลีลล์ ในช่วงสั้นๆ ส่วน โอริกี้ ถูกยกให้เป็นตัวอนาคตของสโมสร เพราะเขาเล่นแบบแบกอายุมาโดยตลอดด้วยร่างกายที่

แข็งแกร่ง เขาสามารถวิ่งและแข่งขันกับเด็กที่อายุมากกว่าเขา 2 ปีได้สบายๆ โอริกี้ ยิง 10 ประตูจาก 19 เกมให้ทีมชาติเบลเยี่ยม ชุดยู 19 ตอนเขาอายุ 17 ปีเท่านั้น ช่วงเวลาดังกล่าว โอริกี้ เคยโดน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เข้ามาทาบทามด้วย ทว่าเขาเลือกที่จะอยู่กับ ลีลล์ ต่อไปเพราะเห็นโอกาสพัฒนาตัวเองที่มากกว่า

“ผมจำได้ว่า ผมกลับจากโรงเรียน พ่อกับแม่ก็เรียกมานั่งคุย ผมรู้ว่า พ่อกับแม่คงตัดสินใจเตรียมบางอย่างไว้ให้แล้ว แต่ก็ให้โอกาสผมได้ตัดสินใจด้วยตัวเอง ซึ่งมันก็เป็นเรื่องใหญ่นะสำหรับเด็กอายุ 15 ปี ตอนนั้นผมตัดสินใจเลือกอยู่กับ ลีลล์ ต่อ ในวันที่ ยูไนเต็ด ติดต่อเข้ามา และผมก็มั่นใจแล้วว่า ผมทำถูก”  โอริกี้ กล่าว

ถึงอายุ 18 ปี ลิเวอร์พูล ส่งแมวมองมาติดตามฝีเท้าของ โอริกี้ อยู่เรื่อยๆ แต่พวกเขายังค้างคาใจว่าเด็กคนนี้จะสามารถรับมือกับความกดดันในฟุตบอลพรีเมียร์ลีกได้หรือไม่ และโชคดีมากที่หลังจากจบฤดูกาล 2013-14 นั้นมีรายการใหญ่อย่าง “ฟุตบอลโลก” รออยู่ ซึ่ง โอริกี้ ในวัย 19 ปี ติดทีมชาติเบลเยี่ยม

ไปแข่ง ณ เวลานั้นด้วยทั้งๆ ที่เขาไม่เคยมีส่วนร่วมแม้แต่วินาทีเดียวในการแข่งขันรอบคัดเลือก

เวทีใหญ่ๆ อย่างนี้หากได้ลงเล่นมีอยู่ 2 อย่างสำหรับนักเตะวัยทีนเอจนั่นคือหากไม่แจ้งเกิด ก็อาจจะเสียความมั่นใจไปเลย แตโชคยังดีพอที่ ดิว็อค โอริกี้ เลือกไปที่อย่างแรก ด้วยการยิงประตูชัยให้เบลเยี่ยมเอาชนะ รัสเซีย ไป 1-0 ในเกมที่มาราคาน่า และประตูนั้นคือเหตุผลที่ ลิเวอร์พูล ตัดสินใจเซ็นสัญญาเขาไปร่วมทีมด้วยค่าตัว 10 ล้านปอนด์

นอกจากนี้ประตูในเกมกับรัสเซีย ที่ โอริกี้ ทำได้ยังถูกบันทึกไว้ว่าเป็นประตูประวัติศาสตร์ของ เบลเยี่ยม เพราะมันมาพร้อมกับสถิตินักเตะอายุน้อยที่สุดที่ทำประตูได้ในฟุตบอลโลกของเบลเยี่ยมนั่นเอง

 

 

 

 

 

อีกหนึ่งช่องทางในการติดตามข่าวสารและโปรโมชั่นดีๆLine@i99casino