จากดินสู่ (ว่าที่) ดาวของท้องถิ่น : เส้นทางของ เคอร์ติส โจนส์

จากดินสู่ (ว่าที่) ดาวของท้องถิ่น : เส้นทางของ เคอร์ติส โจนส์

นับเป็นช่วงเวลาที่น่าจดจำสำหรับ เคอร์ติส โจนส์ กองกลางดาวรุ่งของ ลิเวอร์พูล ยอดสโมสรแห่งเวที

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ อย่างแท้จริง หลังจากเขาทำประตูแรกกับการเล่นให้ทีมชุดใหญ่ของ “หงส์แดง”

ได้สำเร็จ ในเกม เอฟเอ คัพ รอบ 3 นัดเมอร์ซี่ย์ไซด์ ดาร์บี้แมตช์ ที่ต้นสังกัดเปิดรัง

แอนฟิลด์ เจอกับ เอฟเวอร์ตัน เมื่อวันอาทิตย์ที่ 5 มกราคม ที่ผ่านมา โดยมันเป็นประตูเดียวที่เกิดขึ้นในเกมนั้น

ด้วย จนทำให้ ลิเวอร์พูล ผ่านเข้ารอบ 4 ได้สำเร็จ

จากดินสู่ (ว่าที่) ดาวของท้องถิ่น : เส้นทางของ เคอร์ติส โจนส์
จากดินสู่ (ว่าที่) ดาวของท้องถิ่น :เส้นทางของ เคอร์ติสโจนส์

 

นับเป็นช่วงเวลาที่น่าจดจำสำหรับ เคอร์ติส โจนส์ กองกลางดาวรุ่งของ ลิเวอร์พูล ยอดสโมสรแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ อย่างแท้จริง หลังจากเขาทำประตูแรกกับการเล่นให้

ทีมชุดใหญ่ของ “หงส์แดง” ได้สำเร็จ ในเกม เอฟเอ คัพ รอบ 3 นัดเมอร์ซี่ย์ไซด์ ดาร์บี้แมตช์ ที่ต้นสังกัดเปิดรัง แอนฟิลด์ เจอกับ เอฟเวอร์ตัน เมื่อวันอาทิตย์ที่ 5 มกราคม ที่ผ่าน

มา โดยมันเป็นประตูเดียวที่เกิดขึ้นในเกมนั้นด้วย จนทำให้ ลิเวอร์พูล ผ่านเข้ารอบ 4 ได้สำเร็จ

ผลงานดังกล่าวทำให้ โจนส์ ได้รับการจารึกว่าเป็นนักเตะอายุน้อยที่สุดที่ทำประตูในเกม เมอร์ซี่ย์ไซด์ ดาร์บี้แมตช์ ได้ นับตั้งแต่ที่ ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ เคยทำประตูได้ตอนที่เขาอยู่
กับ ลิเวอร์พูล เมื่อปี 1994 โดย โจนส์ยิงได้ในตอนที่เขามีอายุเพียง 18 ปี กับอีก 340 วันเท่านั้น
เดิมที โจนส์ก็ได้รับการจับตามองจากคนภายในของ ลิเวอร์พูล มาพักหนึ่งแล้วว่ามีศักยภาพดีพอที่จะกลายเป็นนักเตะชั้นยอดได้ ก่อนที่จะเริ่มฉายแววเด่นมากขึ้นในฤดูกาลนี้
อย่างไรก็ตาม ดาวเตะชาวอังกฤษก็ต้องพยายามอย่างหนักกว่าที่จะมาถึงตรงจุดนี้ได้
    โจนส์เกิดในเขตท็อกซ์เท็ธ ซึ่งอยู่แถวทางตอนใต้ของเมืองลิเวอร์พูล นั่นหมายความว่าเขาเป็นเด็กลิเวอร์พูลมาตั้งแต่เกิด โดยย่านดังกล่าวถือเป็นย่านที่คนส่วนใหญ่ไม่ได่มี
ฐานะใหญ่โตอะไร มันเต็มไปด้วยก้อนอิฐสีทึบชวนอึมครึม, มีพื้นคอนกรีตตามแบบที่หาได้ทั่วไป แม้ว่า เซอร์ ริชาร์ด สตาร์ คีย์ หรือที่รู้จักกันในชื่อ ริงโก้ สตาร์ จะเคยพักอาศัยอยู่
ในย่านนี้ แต่มันก็ไม่ได้เป็นที่รู้จักในกลุ่มคนทั่วไปมากนัก เว็บบอลเงินชัว
ท็อกซ์เท็ธ ก็เหมือนกับหลายๆ พื้นที่ของประเทศอังกฤษที่ประชาชนคลั่งไคล้กีฬาฟุตบอลมากๆ คนในเขตนั้นจะส่งเสียงเชียร์กันดังสนั่นเวลาที่ ลิเวอร์พูล ลงเตะ จนถึงขนาดที่
เสียงเล็ดลอดออกมาจากบ้านของพวกเขา และพอเสียงเชียร์มารวมกันแล้วมันก็กลายเป็นเหมือนพายุที่พัดไปตามถนนกิลเบิร์ต
    โจนส์ เองก็เป็นหนึ่งในคนของเขตท็อกซ์เท็ธที่ชอบฟุตบอล รวมถึงคลั่งไคล้ ลิเวอร์พูล มากเป็นพิเศษ สมัยที่เป็นเด็กเขามักจะไปเตะบอลที่สนามของโรงเรียนแห่งหนึ่งแถว
นั้นอยู่บ่อยๆ โดยเขากับเพื่อนๆ ถึงขั้นปีนรั้วเพียงเพื่อที่จะได้เข้าไปเตะบอลเลย
“ในปลายถนนของแถวบ้านผมน่ะมันมีโรงเรียนตั้งอยู่ พอถึงช่วงเย้นเราก็มักจะปีนข้ามรั้วเพื่อที่จะเข้าไปเตะบอลกันในสนามของพวกเขา หรือไม่ก็หยิบอุปกรณ์บางอย่างของที่นั่น
กันมาแล้วเตะบอลตามท้องถนน แต่หลังจากนั้นเราก็เอามันกลับไปเก็บในที่เดิมนะ ผมเติบโตมาแบบเดียวกับพวกสเกาเซอร์ทั่วไปนั่นแหละ นั่นคือการเป็นเด็กที่เติบโตมาตาม
ท้องถนน, ไม่ได้รับการอำนวยความสะดวกที่ดี และใช้ประโยชน์จากเรื่องต่างๆ ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้” โจนส์ เปิดอกกับ ดิ ยูเนี่ยน เจอร์นัล สื่อรายหนึ่ง
 ทั้งนี้ คุณแม่ของ โจนส์ สนับสนุนความฝันของลูกชายที่อยากเป็นนักฟุตบอลอย่างเต็มที่ และเธอก็ทำหลายอย่างเพื่อช่วยให้ลูกชายสมหวัง “ผมจำภาพตอนที่คุณแม่ของผม
ท่านต้องยืนท่ามกลางสายลมอันเย็นยะเยือก (เพื่อที่จะรับเขากลับบ้านหลังจากซ้อมเสร็จ) ได้เป็นอย่างดี ท่านต้องจ่ายค่าแท็กซี่เพื่อพาผมกลับบ้านด้วย และนั่นถือเป็นแรงผลัก
ดันให้กับคุณ การเติบโตมาในย่านนี้ทำให้ผมเป็นอย่างในทุกวันนี้ได้ มันทำให้ผมมีความมั่นใจ, มีความกล้าหาญ และรู้ว่าผมต้องไปให้ถึงจุดไหน ผมรู้สึกว่าแฟนบอลหลายคนก็มี
พื้นเพแบบเดียวกันกับผมนี่แหละ”
 ฝีเท้าที่โดดเด่นตั้งแต่วัยเด็กของ โจนส์ทำให้เขาได้เข้าร่วมกับอะคาเดมี่ของ ลิเวอร์พูล ตั้งแต่ตอนอายุ 6 ขวบ และได้เริ่มต้นเส้นทางกับทีมด้วยการเล่นให้ทีมรุ่นอายุไม่เกิน 9 ปี
เขา ก่อนที่จะได้ติดทีมระดับเยาวชนรุ่นใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ
    ที่จริงแล้ว โจนส์เคยได้รับข้อเสนอจากทีมในกรุงลอนดอนให้เข้าไปฝึกฝีเท้าท่ามกลางสภาพแวดล้อมของเมืองหลวงที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายก่ายกองด้วย
แต่เขาก็ยึดมั่นอยู่กับความศรัทธาต่อแนวความคิดแบบชนชั้นกรรมกรของคนเมืองลิเวอร์พูล จนปฏิเสธข้อเสนอเหล่านั้น
อย่างไรก็ตาม มันก็ไม่ใช่ว่า โจนส์จะเดินมาบนถนนที่ถูกต้องอยู่ตลอดซะทีเดียว
    หลังจากที่ทำผลงานได้โดดเด่นอย่างต่อเนื่อง เขาก็ได้รับโอกาสลงเล่นกับทีมรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปีของ ลิเวอร์พูล เป็นกรณีพิเศษ ในตอนที่ตัวเองมีอายุเพียง 16 ปี แต่มันก็
เหมือนกับวัยรุ่นหลายคนที่พอถูกผลักดันมากขนาดนี้ก็เกิดความฮึกเหิมที่มากจนเกินควร ทำให้พอเขากลับไปเล่นกับทีมเยาวชนรุ่นอายุไม่เกิน 18 ปี แล้วนั้น เขาก็โชว์ลีลามาก
เกินควรในบางครั้ง
 “ผมไม่ได้โชว์ฟอร์มได้ดีที่สุดอย่ตลอด ผมไม่ได้เล่นแบบจริงจังตลอดเวลาทั้งที่จริงๆ แล้วผมควรจะต้องเล่นแบบจริงจังอยู่เสมอ ประเด็นก็คือในระดับเยาวชนน่ะบางปัจจัยมัน
สามารถเกิดขึ้นได้อยู่ตลอด มันสามารถเกิดปัญหานอกสนามบางอย่างได้” โจนส์เปิดอก
    ยังดีที่มีพระเอกขี่ม้าขาวเข้ามาช่วยกอบกู้ โจนส์เอาไว้ได้ และคนที่ว่าก็ไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็น สตีเว่น เจอร์ราร์ด ตำนานกองกลางของ ลิเวอร์พูล
ที่เข้ามาเป็นโค้ชให้ทีมรุ่นอายุไม่เกิน 18 ปีของ ลิเวอร์พูล นั่นเอง
 “พอ สตีเว่น เข้ามา เขาก็ฉุดผมขึ้นมาได้ ผมดีใจจนแทบคลั่งตอนที่ได้ยินว่าเขาจะเข้ามาเป็นโค้ชให้ทีมรุ่นอายุไม่เกิน 18 ปี เขาคือคนที่คุณอยากเจออยู่เสมอ ผมจำได้ดีเลยว่า
ตอนที่เขาเข้ามาเป็นโค้ชให้ทีมน่ะ ผมยังคุยกับทีมงานคนหนึ่งเลยว่า -มันไม่ใช่เรื่องจริงใช่ไหมเนี่ย- หลายคนไม่เข้าใจถึงงานที่เราแต่ละคนทำอย่างถ่องแท้เพื่อผลักดันให้ผมได้
ติดทีมชุดใหญ่ จริงอยู่ว่าปัญหาน่ะมันไม่เกิดขึ้นแบบชัดเจนไปซะทุกครั้ง แต่เขา (เจอร์ราร์ด) ก็คอยชวยเหลือผมเป็นอย่างดี เขาคือโค้ชชั้นยอดที่แนะนำกับผมว่าผมจำเป็นต้อง
ทำอะไรบ้าง เขารู้ถึงความเชี่ยวชาญของผม และเข้มงวดกับผมอย่างมาก”
    หลังจาก เจอร์ราร์ด บอกลาทีมเยาวชนของ ลิเวอร์พูล เพื่อไปรับงานกุนซือของ เรนเจอร์ส แล้วนั้น โจนส์ ก็ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นกัปตันทีมของทั้งทีมรุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี
และรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ซึ่งตอนนั้นก็มีอาจารย์อีกคนที่คอยช่วยสอนเขา นั่นคือ เจมส์ มิลเนอร์ “ช่วงหนึ่งผมเริ่มมองว่ามันเป็นเรื่องง่ายๆ ซึ่งนั่นเป็นแนวคิดที่ไม่เหมาะสม และหลัง
จากที่ผมเริ่มมีความคิดแบบนั้นแล้วน่ะ เขาก็บอกกับผมว่า -ฟังนะ นายอาจจะโชว์ลีลาแบบนี้อยู่ตลอดไม่ได้หรอก เพราะเกมมันจะดุเดือดขึ้น- คำพูดแบบนั้นจากเขามันถือเป็นการ
ทำให้คุณตาสว่างเลย”
ด้วยฝีเท้าระดับ โจนส์ ทำให้ “เดอะ ค็อป” หลายคนกลัวว่าเขาจะอยู่กับทีมต่อไปอีกไม่นาน เพราะคิดว่าเจ้าตัวอาจจะขอย้ายทีมเพื่อไปหาโอกาสลงเล่นในทีมชุดใหญ่กับที่อื่น
แต่ดาวเตะชาวอังกฤษก็ออกมาทำให้สาวก ลิเวอร์พูล เบาใจในประเด็นนั้นได้แล้ว “ผมรู้ดีว่าผมต้องค่อยๆ เดินหน้าไปอย่างใจเย็น และรอช่วงเวลาที่เหมาะสม ซาดิโอ (มาเน่),
โม (โมฮาเหม็ด ซาลาห์, บ็อบบี้ (โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่) ต่างก็เป็นหนึ่งในนักเตะที่เก่งที่สุดของโลกในตอนนี้ คือถ้าผมเป็นแค่แฟนบอลที่นั่งดูพวกเขาเล่นจากบนอัฒจันทร์แล้วน่ะ
ผมก็คงอุทานแน่ๆ ว่า -พระเจ้าช่วย-“
    โจนส์ เสริมว่าอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้เขายังไม่คิดที่จะย้ายไปไหน ก็เพราะเขาเป็นคนเมืองลิเวอร์พูลนั่นเอง “ในอาชีพของคุณน่ะ มันเป็นเรื่องธรรมดาที่บางครั้งจะมีทางเลือกอื่น
เกี่ยวกับการได้เล่นให้ทีมชุดใหญ่ แต่เมื่อพิจาราถึงสิ่งที่ เจอร์เก้น พูดกับนักเตะน่ะ ผมก็รู้ดีว่าตอนนี้ผมยังไม่ได้ขาดคุณสมบัติอะไรทั้งนั้น
(ที่จะทำให้อดเล่นให้ทีมชุดใหญ่ของ ลิเวอร์พูล) เขาเคยเข้ามาพูดกับผมแบบตัวต่อตัว เขาบอกผมว่าอยากให้ผมปรับปรุงด้านไหน ผมรู้ดีว่าเขาเชื่อมั่นในตัวผม การที่ผมเป็นเด็ก
ท้องถิ่นมันทำให้ตอนนี้ในหัวผมคิดแต่เรื่องการอยู่ที่นี่ต่อไปเท่านั้น เพื่อที่ผมจะได้แสดงให้โลกและคนในยุคปัจจุบันเห็นว่าเด็กท้องถิ่นน่ะสามารถทำอะไรได้บ้าง”

 

i99bet แทงบอลออนไลน์ พนันบอล คาสิโน บาคาร่า 24ชั่วโมง

อีกหนึ่งช่องทางในการติดตามข่าวสารและโปรโมชั่นดีๆLine@i99casino

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *