ฟาบินโญ่หล่อมาก! เจาะ 5 ประเด็น ลิเวอร์พูล ดับซ่า แมนซิตี้

ฟาบินโญ่หล่อมาก! เจาะ 5 ประเด็น ลิเวอร์พูล ดับซ่า แมนซิตี้
ฟาบินโญ่หล่อมาก! เจาะ 5 ประเด็น ลิเวอร์พูล ดับซ่า แมนซิตี้

ผลงานของ ลิเวอร์พูล ในเกมเปิดรังแอนฟิลด์ เอาชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 3-1 เกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 10 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ทำให้ตอนนี้ “หงส์แดง” ยึดจ่าฝูงพร้อมกับมี 34 คะแนนทิ้งห่าง “

ฟาบินโญ่หล่อมาก! เจาะ 5 ประเด็น ลิเวอร์พูล ดับซ่า แมนซิตี้
ฟาบินโญ่หล่อมาก! เจาะ 5 ประเด็น ลิเวอร์พูล ดับซ่า แมนซิตี้

 

 

ผลงานของ ลิเวอร์พูล ในเกมเปิดรังแอนฟิลด์ เอาชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 3-1 เกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 10 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ทำให้ตอนนี้ “หงส์แดง” ยึดจ่าฝูงพร้อมกับมี 34 คะแนนทิ้งห่าง ” เรือใบสีฟ้า

สามประตูสำคัญมาจาก ฟาบินโญ่, โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และ ซาดิโอ มาเน่ แม้ว่าสองประตูแรกอาจจะมีข้อกังขา

ทั้งประเด็นแฮนด์บอลเทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ก่อนจะโดนสวนกลับเสียประตู

และจังหวะที่ดูเหมือนล้ำหน้าของ “บังโม” แต่ท้ายที่สุดแล้ว “วีเออาร์” ยืนยันว่าทุกอย่างใสสะอาดบริสุทธิ์

ขณะที่ เซร์คิโอ อเกวโร่ ดูเหมือนว่ายังคงต้องเจอกับอาถรรถ์ในถิ่นแอนฟิลด์ เพราะเขายังไม่สามารถส่งบอล

เข้าไปซุกก้นตาข่ายในบ้านของ “หงส์แดง” ได้เลย นอกจากนี้การที่ แมนฯ ซิตี้ ขาดนักเตะตัวหลักดูเหมือนว่าจะส่งผลกระทบ

กับฟอร์มของพวกเขาอย่างเห็นได้ชัดจริงๆ

1. ฟาบินโญ่ ฟอร์มเด่นเกินห้ามใจ

 

ฟาบินโญ่ ก้าวขึ้นมาเป็นขวัญใจของบรรดาสาวก “เดอะ ค็อป” ได้อย่างรวดเร็วหลังจากเป็นหนึ่งในแข้ง

ที่สามารถเล่นเข้ากับปรัชญาของ เจอร์เก้น คล็อปป์ ได้เป็นอย่างดี และเกมล่าสุดแสดงให้เห็นแล้วว่าทำไมเขาถึงเป็นนักเตะตัวหลักของ “หงส์แดง” ในเวลานี้

ดาวเตะชาวบราซิเลียน เริ่มต้นไม่ค่อยดีนับกับการเล่นให้ ลิเวอร์พูล เมื่อฤดูกาลที่แล้ว จากนั้นเจ้าตัวก็ค่อยๆ ปรับตัวกับการเล่นในลีกสูงสุดเมืองผู้ดี

จนกลายเป็นตัวหลักของทีม และนี่คือเหตุผลที่ คล็อปป์ มักจะต้องใส่ชื่อ ฟาบินโญ่ อยู่ในแผงกองกลางแทบทุกแมตช์

ต้องยอมรับว่า ฟาบินโญ่ เป็นผู้เล่นโฮลดิ้งมิดฟิลด์ที่ไม่ใช่คนที่ยิงประตูมากนัก โดยเจ้าตัวซัดไปแค่ 1 ลูกในแมตช์ถล่ม นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด 4-0

เมื่อซีซั่นที่ผ่านมา และอีกประตูก็เกมที่ดับซ่า “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งต้องบอกว่าเป็นการยิงไกลระยะกว่า 25 หลาที่สมบูรณ์แบบมากๆ

ขณะเดียวกันในส่วนของการทำหน้าที่แดนกลาง ฟาบินโญ่ คอยเชื่อมเกมระหว่าง กองกลางกับกองหน้า

และยังวิ่งไปช่วยเกมรับอีกด้วย ฉะนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่ อดีตดาวเตะอาแอส โมนาโก จะได้รับเลือกเป็นแมน ออฟ เดอะ แมตช์ ในเกมนี้ เว็บพนัน

 

 

2. ดราม่าวีเออาร์ อีกแล้ว

 

จังหวะประตูขึ้นนำ 1-0 จากการยิงสุดสวยของ ฟาบินโญ่ เกิดประเด็นให้มีการถกเถียงกันยกใหญ่ว่าสมควรเป็นประตูหรือไม่

เพราะก่อนหน้านี้มีเหตุการณ์สำคัญที่อ้างว่า เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ทำแฮนด์บอลในเขตโทษ แต่ ไมเคิ่ล โอลิเวอร์ ผู้ตัดสิน ปล่อยให้เกมเล่นต่อไป

หลังจากนั้น โอลิเวอร์ ได้ทำการเช็คกับ “วีเออาร์” โดยงานนี้ทีมเทคโนโลยีลูกหนังตัดสินเห็นพ้องต้องกันกับ โอลิเวอร์

และยืนยันเป็นประตูตามเดิม แม้ภาพจากวีเออาร์จะแสดงให้เห็นว่าแขนของ “เจ้าหนูเทรนต์” อยู่ในตำแหน่งผิดธรรมชาติ

ยังไม่จบแค่นั้นเพราะในจังหวะที่ลิเวอร์พูลได้ประตูที่สอง เป็นอีกครั้งที่ วีเออาร์ ยืนยันว่า โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ไม่ล้ำหน้า

กระนั้นก็เกิดข้อกังขาว่าทำไมในจังหวะที่ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ได้ประตูในเกมกับ สเปอร์ส นั้น วีเออาร์ ยืนยันว่าเป็นลูกล้ำหน้า

ส่วนกรณีสุดท้ายที่เกิดขึ้นในเกมนี้ก็คือจังหวะที่ ราฮีม สเตอร์ลิง พยายามเปิดบอลแต่ไปโดนมือของ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ในเขตโทษ

และเป็น โอลิเวอร์ คนดีคนเดิมที่ปฏิเสธเป่าจุดโทษ งานนี้สามจังหวะปัญหาทำให้หลายคนเริ่มเรียกร้องมาตรฐานระบบวีเออาร์ในวงการลูกหนังเมืองผู้ดี

 

3. อาการบาดเจ็บสร้างปัญหาให้แมนฯ ซิตี้

 

รายชื่อ 11 ผู้เล่นของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในเกมบุกถิ่นแอนฟิลด์ เห็นได้ชัดว่า เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เจอสถานการณ์ที่แสนกดดัน

ในการจัดทัพที่ไม่ค่อยแข็งแกร่งมากนักในการปะทะกับ ลิเวอร์พูล เนื่องจากทีมกำลังประสบปัญหานักเตะสำคัญบาดเจ็บ

ตำแหน่งแรกที่ทีมเยือนต้องเครียดมากๆ ก็คือการที่ เอแดร์ซอน ผู้รักษาประตูมือ 1 บาดเจ็บจากเกมปะทะ อตาลันต้า ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

เมื่อกลางสัปดาห์ ทำให้ เป๊ป จำใจต้องใช้งาน เคลาดิโอ บราโว่ ลงทำหน้าที่เฝ้าเสาในแมตช์ที่สุดสำคัญ

ซึ่งเป็นการลงตัวจริงในเกมลีกครั้งแรกรอบ 18 เดือนของเขาซะด้วย

การใช้งาน บราโว่ ที่ขาดการลงสนามไปนานสร้างผลกระทบอย่างแรงอย่างเพราะมีหลายจังหวะที่เขาดูเงอะๆ งะๆ งึกๆ งักๆ

โอเคสองประตูแรกที่เสียประตูถือว่าจนปัญญาจริงๆ สำหรับ นายทวารมากประสบการณ์ชาวชิลี แต่ประตูที่สามบอกเลยว่า บราโว่ พลาดเต็มๆ

ในการกะจังหวะตัดบอล ทำให้ ซาดิโอ มาเน่ ได้โหม่งสบายๆ

ขณะที่เกมรับการที่ เป๊ป ต้องจำใจจับ แฟร์นานดินโญ่ มาเล่นเซนเตอร์แบ็กคู่กับ จอห์น สโตนส์ เป็นเรื่องที่ผิดพลาดมหันต์

แต่ก็พอเข้าใจได้เพราะทีมขาดกองหลังที่จะเล่นในแมตช์นี้ กระนั้นการจับนักเตะชั้นยอดไปเล่นผิดตำแหน่ง

ส่งผลให้แดนกลาง “เรือใบสีฟ้า” อ่อนยวบ ต่างจาก “เดอะ เร้ดส์” ที่ ฟาบินโญ่ ซึ่งเล่นตำแหน่งเดียวกับ แฟร์นานดินโญ่ โชว์ฟอร์มได้โดดเด่นเป็นสง่า

เช่นเดียวกันกับการที่ทีมขาด ดาบิด ซิลบา จอมทัพคนสำคัญที่คอยปั้นเกมให้กับทีม เห็นได้ชัดว่าวันนี้ เควิน เดอ บรอยน์

ต้องเจอกับกับงานหนักในการพยายามสร้างสรรค์เกมรุกให้ต้นสังกัดเพียงลำพัง เพราะหากทีมมี ซิลบา เชื่อว่า แมนฯ ซิตี้

น่าจะมีการเข้าทำที่น่ากลัวกว่านี้หลายเท่า

 

 

4. เกมรุกลิเวอร์พูลสุดเฉียบคม

 

หากจะมองตามความเป็นจริงเกมนี้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ครองเกมได้มากกว่าเจ้าบ้าน ที่สำคัญ “เรือใบสีฟ้า” มีโอกาสยิงประตูมากกว่าด้วย

แต่สุดท้ายแล้ว 3 คะแนนเป็นของทีมของกุนซือเจอร์เก้น คล็อปป์ โดยหนึ่งในเหตุผลสำคัญก็คือการเล่นเกมรุกที่เฉียบคมนั่นเอง

เซร์คิโอ อเกวโร่ พลาดโอกาสงามๆ ถึงสองครั้งในช่วงต้นเกม ขณะที่เกมบุกของ แมนฯ ซิตี้ แม้ว่าจะดูน่ากลัวหวือหวา

แต่สุดท้ายแล้วเกมรับของ “หงส์แดง” สามารถจัดการได้อยู่หมัด แม้จะมีหลายครั้งที่ทีมเยือนสร้างโอกาสได้ดีเยี่ยม

แต่พวกเขาขาดสัญชาตญาณนักฆ่าในจังหวะสุดท้าย

สวนทางกับ ลิเวอร์พูล ถึงแม้เกมนี้พวกเขาจะครองเกมเป็นรองทีมของกุนซือเป๊ป กวาร์ดิโอล่า ก็ตาม

แต่ทุกครั้งที่เปิดเกมบุกเข้ามา “หงส์แดง” ได้จบสกอร์ตลอด โดยเฉพาะจังหวะของ ฟาบินโญ่, โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และ ซาดิโอ มาเน่

ทั้งสามครั้งนี้ลิเวอร์พูลเต็มไปด้วยความเด็ดขาด เพราะเกมที่สูสีกันแบบนี้ส่วนใหญ่แล้วจะวัดกันที่การจบสกอร์

 

ขณะที่ “กุน” ที่ลงเล่นในลีกเมืองผู้ดีไปแล้ว 250 เกม แต่กับการเล่นในแอนฟิลด์ดูเหมือนจะเป็นของแสลงสำหรับเขาจริงๆ

เพราะเจ้าตัวยังไม่เคยส่งบอลเข้าไปซุกก้นตาข่ายที่บ้าน “เดอะ เร้ดส์” ได้เลย แม้ว่าเจ้าตัวจะตะบันไปแล้ว 173 ประตูก็ตาม

งานนี้ ดาวเตะชาวอาร์เจนไตน์ คงต้องไปหาน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์พกติดตัวหากมาเล่นที่นี่อีกครั้ง

 

5. ซาลาห์ คิง ออฟ แอนฟิลด์

ถ้าจะถามว่า โมฮาเหม็ด ซาลาห์ เล่นดีไหมในเกมนี้ หากตอบอย่างเป็นกลาง สตาร์ดังทีมชาติอียิปต์ แทบจะไม่ค่อยมีส่วนร่วม

กับการสร้างสรรค์เกมรุกของทีมร่วมกับ ซาดิโอ มาเน่ และ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ แต่ทุกครั้งที่มีโอกาสในพื้นที่สุดท้าย “บังโม” ไม่เคยทำให้ผิดหวัง

การประสานงานที่สุดยอดระหว่าง เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ที่เปิดบอลข้ามฟากจากฝั่งขวามาซ้ายให้กับ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน

และจากนั้นกัปตันทีมชาติสกอตแลนด์ก็โชว์ความเป็นจอมเปิดบอลด้วยการวางบอลยาวข้ามหัว แฟร์นานดินโญ่ ก่อนที่ โม ซาลาห์ จะโหม่งอย่างฉลาดส่งบอล

เข้าไปซุกก้นตาข่าย

 

อีกหนึ่งช่องทางในการติดตามข่าวสารเพิ่มเป็นเพื่อนได้ที่Line@i99casino

 

Be the first to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.


*