“เสากระโดงเรือหัก” ผ่า 5 ประเด็น แมนซิตี้ แพ้ วูล์ฟส์

"เสากระโดงเรือหัก" ผ่า 5 ประเด็น แมนซิตี้ แพ้ วูล์ฟส์

แมนซิตี้  มีโอกาสเลือนลางเหลือเกินที่จะคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ในฤดูกาลนี้ หลังจากที่พวกเขาออกไปแพ้ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ 2-3 เมื่อวันศุกร์ที่ 27 ธันวาคมที่ผ่านมา ส่งผลให้ทีมยังคงรั้งอันดับ 3 เหมือนเดิม พร้อมคะแนนตามหลัง ลิเวอร์พูล จ่าฝูงถึง 14 แต้ม !!!

"เสากระโดงเรือหัก" ผ่า 5 ประเด็น แมนซิตี้ แพ้ วูล์ฟส์
“เสากระโดงเรือหัก”ผ่า 5ประเด็นแมนซิตี้แพ้วูล์ฟส์

 

แมนซิตี้  มีโอกาสเลือนลางเหลือเกินที่จะคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ในฤดูกาลนี้ หลังจากที่พวกเขาออกไปแพ้ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ 2-3

เมื่อวันศุกร์ที่ 27 ธันวาคมที่ผ่านมา ส่งผลให้ทีมยังคงรั้งอันดับ 3 เหมือนเดิม พร้อมคะแนนตามหลัง ลิเวอร์พูล จ่าฝูงถึง 14 แต้ม !!!

จุดเปลี่ยนของเกมนี้คงหนีไม่พ้น เอแดร์ซอน ที่โดนใบแดงตั้งแต่นาทีที่ 12 แม้ “เรือใบสีฟ้า” อาจจะดูมีภาษีดีกว่าจากการที่นำ 2-0 แต่การที่พวกเขามีผู้เล่นเพียงแค่ 10 คน
ทำให้ทีมโดนฝูง “หมาป่า” ไล่บดขยี้ขย้ำอย่างเมามัน จนสุดท้ายทำนบแตกเสียประตูในที่สุด
    ขณะเดียวกันการที่ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ตัดสินใจแก้เกมในครึ่งหลังด้วยการถอด เควิน เดอ บรอยน์ ออก ยิ่งเป็นการวางหมากผิดมหันต์ เพราะทำให้แดนกลาง “เรือใบสีฟ้า”
อ่อนยวบทันที และไม่สามารถขู่เจ้าบ้านได้เลย ในทางกลับกัน วูล์ฟส์ มีโอกาสเล่นสบายมากขึ้น จนในที่สุดก็ได้ชัยชนะอย่างงดงาม
1. เอแดร์ซอน-เกมรับจุดเปลี่ยนสำคัญ  แทงบอล vegus168
    วูล์ฟส์ เคยสร้างความฮือฮามาแล้วเมื่อพวกเขาหักปากกาเซียนด้วยการดับความร้อนแรงของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 2-0 ต้นฤดูกาล 2019/2020 โดย “เรือใบสีฟ้า” หมายมั่นปั้นมือจะมาแก้เผ็ด “หมาป่า” เต็มสูบ แต่สถานการณ์ของทีมพลิกผลันจากการเสียสมาธิเพียงเสี้ยววินาที
 เป็นที่ทราบกันว่า แมนซิตี้  จำเป็นต้องใช้ นิโคลัส โอตาเมนดี้ กับ แฟร์นานดินโญ่ เป็นหัวใจในเกมรับของทีม โดยแมตช์นี้พวกเขาเล่นได้น่าผิดหวังมากๆ อย่างในจังหวะที่ คอนอร์ เคาดี้ วางบอลยาวข้ามหัว โอตาเมนดี้ ทำให้ ดีเอโก้ โชต้า หลุดเดี่ยว และ เอแดร์ซอน ไม่มีทางเลือกต้องหยุดคู่แข่งจนเป็นเหตุให้โดนใบแดง
    ด้วยเหตุนี้ทำให้ “เป๊ป” จำเป็นต้องเปลี่ยนแท็คติกด้วยการเปลี่ยน เซร์คิโอ”กุน” อเกวโร่ ออกและส่ง เคลาดิโอ บราโว่ นายทวารมือ 2 ลงมาทำหน้าที่เฝ้าเสา แน่นอนว่านี่เป็นสถานการณ์จำเป็นที่กุนซือทุกคนก็ต้องทำนั่นก็คือการเอาผู้เล่นแนวรุกออก
สำหรับเรื่องนี้แน่นอนว่าแฟนบอล “เรือใบสีฟ้า” เข้าใจความจำเป็นที่ กวาร์ดิโอล่า ต้องทำในการเปลี่ยนตัวครั้งนี้ แต่สำหรับ “กุน”  ฟันธงได้เลยว่าเจ้าตัวไม่ปลื้มกับการตัดสินใจของ “เป๊ป” แน่นอน
2. วีเออาร์, จุดโทษ, ยิงใหม่ !!
     แมตช์นี้เกิดประเด็นดราม่าในจังหวะที่  ริยาด มาห์เรซ ลากหลบ เลอันเเดร์ เดนดองเกอร์ ก่อนจะโดนทำฟาวล์โดยในตอนแรกแข้งหมาป่าวิ่งมาฟ้อง มาร์ติน แอตกินสัน เชิ้ตดำประจำเกมว่าเป็นการพุ่ง ทว่าท่านเปาเช็กกับทีม “วีเออาร์” จากห้อง ก่อนภาพจะฟ้องว่า เดนดองเกอร์ ไปย่ำใส่เท้าขวาของ มาห์เรซ จริงทำให้ชี้เป็นลูกที่จุดโทษ
ในช่วงที่ยิงจุดโทษ ราฮีม สเตอร์ลิง ซัดไปโดน รุย ปาตริซิโอ เซฟได้อย่างหงุดหวิด ก่อนที่ เคาดี้ จะวิ่งเข้าไปเตะบอลทิ้ง อย่างไรก็ตามมีการยืนยันจากทีม “วีเออาร์” ระบุให้มีการยิงจุดโทษใหม่เพราะสัญญาณบ่งบอกว่ามีการรุกล้ำจากทีมรุกและทีมรับซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับการเล่น เข้ามาในเขตโทษก่อนที่จะยิงประตู
 ฉะนั้นในจังหวะนั้นไม่สำคัญว่า แบร์นาร์โด้ ซิลวา ซึ่งเป็นอีกคนที่วิ่งเข้ามาในเขตโทษก่อนที่จะมีการยิง เพราะเขาไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเล่น ฉะนั้นจึงเป็นเรื่องที่ถูกต้องที่
แมนซิตี้  ได้ยิงจุดโทษอีกครั้ง และ สเตอร์ลิง ขันอาสายิงแก้ตัวอีกรอบ โดยซัดไปมุมเดิมและโดน ปาตริซิโอ ปัดได้ แต่โชคร้ายที่บอลดันปลิ้นมาเข้าทาง ปีกทีมชาติอังกฤษ ก็เลยซัดเข้าไปสบายๆ
3. ตราโอเร่ โคตรเก่งโคตรแกร่ง
    เจอร์เก้น คล็อปป์ เพิ่งจะออกกล่าวยกย่อง อดาม่า ตราโอเร่ เป็นนักเตะที่ตามประกบยากกว่า เจมี่ วาร์ดี้ และในเกมที่โมลินิวซ์ สเตเดี้ยม แสดงให้เห็นแล้วว่าคำพูดของ นายใหญ่ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล เป็นจริง และ แมนซิตี้  รู้ซึ้งเลยว่าดาวเตะร่างยักษ์รายนี้โคตรแกร่งสุด
    ตราโอเร่ มีร่างกายกำยำราวกับนักรักบี้ แต่เป็นนักเตะที่เต็มไปด้วยความรวดเร็ว โดยในแมตช์นี้เจ้าตัวแสดงให้เห็นว่าไม่ได้รู้สึกหวาดหวั่นในการต้องสู้กับเกมรับของแชมป์เก่า แถมยังวิ่งไล่บี้แบบไม่มีหมด จนทำให้เกมรับของ “เรือใบสีฟ้า” ปั่นป่วนตลอดทั้งเกม
 แม้เกมนี้ แมนฯ ซิตี้ จะนำห่าง 2-0 ก็ตาม แต่เหล่าขุนพล “หมาป่า” โดยเฉพาะ ตราโอเร่ ยังคงมุ่งมั่นที่จะยิงประตูต่อไป เพราะพวกเขาเชื่อว่าด้วยศักยภาพกอปรกับการมีผู้เล่นมากกว่า 1 คน มีความเป็นไปได้ที่พวกเขาจะบดขยี้ทีมของกุนซือเป๊ป กวาร์ดิโอล่า ได้
    ประกายแห่งความหวังแรกเกิดขึ้นในนาทีที่ 55 สเตอร์ลิง ทำเสียบอลกลางสนาม รูเบน เนเวส จ่ายออกขวาให้  ตราโอเร่ ลากลุยแบบข้ามาคนเดียวก่อนตะบันเต็มข้อบอลพุ่งเลียดทะยานชนโคนเสาเข้าไปอย่างงดงามชนิดที่ บราโว่ หมดปัญญาเซฟได้
4. เป๊ปปรับหมากพลาด
    แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เริ่มต้นเกมด้วยระบบ 4-2-3-1 โดยมี โรดรี้, แบร์นาร์โด้ ซิลวา  และ เควิน เดอ บรอยน์ ทำหน้าที่เป็นสามประสานในแดนกลาง อย่างไรก็ตาม ด้วยความจำเป็นต้องปรับหมากเพราะ เอแดร์ซอน ถูกไล่ออก ทำให้ต้องลดแนวรุกด้วยการถอด อเกวโร่ และส่ง บราโว่ มาเฝ้าเสา
    จากการที่เหลือนักเตะแค่ 10 คน ทำให้ แมนฯ ซิตี้ ปรับหมากมาเล่นระบบ 4-4-1 โดยขยับ ซิลวา ถ่างออกไปยืนทางฝั่งซ้าย และ เดอ บรอยน์ ต้องถอยลงมายืนลึก นั่นทำให้ สเตอร์ลิง ต้องยืนอยู่แนวรุกเพียงคนเดียว แต่กระนั้นพวกเขาก็ยังได้ประตูขึ้นนำจากจุดโทษ
 ในช่วงท้ายครึ่งแรก วูล์ฟส์ เริ่มโครงเกมได้อย่างต่อเนื่อง และเปิดฉากบุกใส่ แมนฯ ซิตี้ อย่างเมามัน แต่แชมป์เก่ารอดการเสียประตูไปได้อย่างหวุดหวิด โดยในช่วงพักครึ่ง เป๊ป จำเป็นต้องมีการปรับแผนการเล่นอีกครั้ง เพื่อไม่ให้ทีมเสียเปรียบไปมากกว่านี้
    อย่างไรก็ตามการแก้เกมครั้งนี้ดูเหมือนจะพลาดมหันต์ เมื่อเขาส่ง เอริก การ์เซีย เซนเตอร์แบ็กดาวรุ่ง ลงมาแทน มาห์เรซ เพื่อจะหันมาเล่นกองหลัง 5 ตัวในระบบ 5-3-1 และทีมก็ได้ประตูนำ 2-0 จาก สเตอร์ลิง คนเดิม จากนั้น เป๊ป เลือกเปลี่ยน เดอ บรอยน์ ออกและส่ง อิลคาย กุนโดกัน ลงมาแทน
5.  การลุ้นแชมป์เลือนลาง
    ก่อนเกมนี้ แมนซิตี้  มีความมุ่งมั่นที่จะเก็บ 3 คะแนนให้ได้ เพราะ เลสเตอร์ ซิตี้ พ่ายแพ้ ลิเวอร์พูล ไปแล้ว และหาก “เรือใบสีฟ้า” ทำเสร็จ พวกเขาจะขยับขึ้นที่ 2 ทันที พร้อมกับทำคะแนนไล่ตาม “หงส์แดง” แบบห่างๆ อย่างห่วงๆ 11 แต้ม
อย่างไรก็ตามฟุตบอลลูกกลมๆ อะไรก็เกิดขึ้นได้ เพราะเกมนี้มีครบทุกรสชาติทั้งใบแดง, จุดโทษ, วีเออาร์ และโชคชะตา ทำให้ “เรือใบสีฟ้า” ต้องเก็บเสื้อผ้ากลับถิ่นเอติฮัด สเตเดี้ยม มือเปล่า และนั่นหมายความว่าพวกเขายังคงอยู่ที่ 3 เหมือนเดิม พร้อมตามหลังจ่าฝูงไกลสุดกู่ 14 คะแนน !!
อีกหนึ่งช่องทางในการติดตามข่าวสารและโปรโมชั่นดีๆLine@i99casino