วิธีลงเดิมพัน บาคาร่า มีแบบไหนได้บ้าง

วิธีลงเดิมพัน บาคาร่า

บทความนี้ ผมก็จะมาอธิบายเกี่ยวกับ วิธีลงเดิมพัน บาคาร่า เกมส์บาคาร่านี้เป็นเกมส์ออนไลน์ยอดฮิตตลอดการ ของคาสิโนเลยก็ว่าได้ เพราะมีผู้เล่นให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก เพราะตัวเกมส์สามารถทำกำไรให้แก่ผู้เล่นได้เยอะ ด้วยตัวเกมส์ท่านจะสามารถใช้สูตรเดินเงินได้ หรือสูตรต่างๆ ของเกมส์บาคาร่า หากท่านเข้าใจถึงวิธีการเล่นจะทำกำไรกับเกมส์นี้ได้อย่างแน่นอน ในเนื้อหาจะมีอะไรบ้าง เรามารับชมกันได้เลย

วิธีลงเดิมพัน บาคาร่า เกมส์บาคาร่า เล่นยังไง

ในเกมส์บาคาร่าออนไลน์ นั้นมีตำแหน่งในการเดิมพันให้ท่านเลือกมากถึง 19 ตำแหน่งด้วยกัน ซึ่งแต่ละตำแหน่งจะมีการจ่ายเงินรางวัลที่ต่างกันไป ขึ้นอยู่กับความยากที่จะเกิดขึ้น สำหรับตำแหน่งจะมีจุดไหนบ้างและการจ่ายเงินมีอัตราเท่าไรมารับชมกันครับ

ตำแหน่งของผู้เล่น

ในการเดิมพันในตำแหน่งผู้เล่น คือการทายว่าแต้มของฝ่ายผู้เล่นจะมีมากกว่าแต้มของฝ่ายเจ้ามือ ยกตัวอย่าง ว่าลงเดิมพันไปในตำแหน่งผู้เล่น การเดิมพันในรอบนั้นถ้าหากฝ่ายผู้เล่นมีแต้ม 9 แต้ม ฝ่ายเจ้ามือได้แต้ม 8 แต้ม แบบนี้ฝ่ายผู้เล่นถึงจะได้รับเงินเดิมพัน อัตราการจ่ายเงินรางวัลอยู่ที่ 1 เท่า ของเงินที่ลงเดิมพันทั้งหมด

ตำแหน่งของเจ้ามือ

ในการเดิมพันตำแหน่งเจ้ามือ คือการทายว่าแต้มของฝ่ายเจ้ามือจะมีมากกว่าแต้มของฝ่ายผู้เล่นหรือจะชนะในรอบนี้ ยกตัวอย่างว่าลงเดิมพันในตำแหน่งเจ้ามือ การเดิมพันในรอบนั้นถ้าหากฝ่ายเจ้ามือมีแต้ม 9 แต้ม ฝ่ายผู้เล่นได้แต้ม 8 แต้ม แบบนี้ถึงจะได้รับเงินเดิมพัน อัตราการจ่ายเงินรางวัลอยู่ที่ 0.95 เท่าของเงินที่ลงเดิมพัน (ถ้าหากเดิมพันตำแหน่งเจ้ามือแล้วเจ้ามือชนะการเดิมพันในรอบนั้น จะเสียค่าคอมมิชชั่น 0.5 เปอร์เซ็นต์)

ตำแหน่งเสมอ

ในการเดิมพันตำแหน่งเสมอ คือการทายว่าแต้มของฝ่ายเจ้ามือและแต้มของฝ่ายผู้เล่นจะเท่ากัน ยกตัวอย่างว่าลงเดิมพันในตำแหน่งเสมอ การเดิมพันในรอบนี้ ถ้าหากฝ่ายเจ้ามือมีแต้ม 9 แต้ม ฝ่ายผู้เล่นได้แต้ม 9 แต้มเหมือนกัน แบบนี้ถึงจะได้รับเงินเดิมพัน อัตราการจ่ายเงินรางวัลอยู่ที่ 8 เท่าของเงินที่ลงเดิมพันทั้งหมด

ตำแหน่งไพ่คู่ของผู้เล่น

ในการเดิมพันตำแหน่งไพ่คู่ของผู้เล่น คือการทายว่าไพ่ 2 ใบแรกของฝ่ายผู้เล่นออกมาเหมือนกัน ยกตัวอย่างว่าลงเดิมพันในตำแหน่งไพ่คู่ของผู้เล่น การเดิมพันในรอบนั้น ไพ่ 2 ใบแรกของผู้เล่นจะต้องเป็นหน้าไพ่ที่เหมือนกัน อย่างเช่น ผู้เล่นได้รับไพ่ 4 , 4 แบบนี้ถึงจะได้รับเงินเดิมพัน อัตราการจ่ายเงินรางวัลอยู่ที่ 11 เท่าของเงินที่ลงเดิมพันทั้งหมด

ตำแหน่งไพ่คู่ของเจ้ามือ

ในการเดิมพันตำแหน่งไพ่คู่ของเจ้ามือ คือการทายว่าไพ่ 2 ใบแรกของฝ่ายเจ้ามือออกมาเหมือนกัน ยกตัวอย่างว่าลงเดิมพันในตำแหน่งไพ่คู่ของเจ้ามือ การเดิมพันในรอบนั้น ไพ่ 2 ใบแรกของเจ้ามือจะต้องเป็นหน้าไพ่ที่เหมือนกัน อย่างเช่น เจ้ามือได้รับไพ่ 6 , 6 แบบนี้ถึงจะได้รับเงินเดิมพัน อัตราการจ่ายเงินรางวัลอยู่ที่ 11 เท่าของเงินที่ลงเดิมพันทั้งหมด

ตำแหน่ง Perfect Pair

ในการเดิมพันตำแหน่ง Perfect Pair คือการทายว่าไพ่ 2 ใบแรกของฝ่ายผู้เล่น และฝ่ายเจ้ามือจะออกมาเป็นหน้าไพ่ที่เหมือนกัน (ทั้ง 2 ฝ่าย หน้าไพ่มีแต้มต่างกันได้) ยกตัวอย่างว่าลงเดิมพันในตำแหน่ง Perfect Pair การเดิมพันในรอบนั้น ไพ่ 2 ใบแรกของผู้เล่น และเจ้ามือจะต้องเป็นหน้าไพ่ที่เหมือนกัน อย่างเช่น ผู้เล่นได้รับไพ่ 7 , 7 เจ้ามือได้รับไพ่ 3 , 3 แบบนี้ถึงจะได้รับเงินเดิมพัน อัตราการจ่ายเงินรางวัลอยู่ที่ 25 เท่าของเงินที่ลงเดิมพันทั้งหมด

ตำแหน่งไพ่คู่ฝั่งใดก็ได้ 

ในการเดิมพันตำแหน่งไพ่คู่ฝั่งใดก็ได้ คือการทายว่าไพ่ 2 ใบแรก ของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ระหว่างฝ่ายผู้เล่น และฝ่ายเจ้ามือจะออกมาเป็นหน้าไพ่ที่เหมือนกัน ยกตัวอย่างว่าลงเดิมพันในตำแหน่งไพ่คู่ฝั่งใดก็ได้ การเดิมพันในรอบนั้น ถ้าหากมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งออกเป็นไพ่คู่ หรือไพ่ที่หน้าเหมือนกัน อย่างเช่น ผู้เล่นได้รับไพ่ 8 , 8 แบบนี้ถึงจะได้รับเงินเดิมพัน อัตราการจ่ายเงินรางวัลอยู่ที่ 5 เท่าของเงินที่ลงเดิมพันทั้งหมด

ตำแหน่งต่ำ 

ในการเดิมพันตำแหน่งต่ำ คือการทายว่าการเดิมพันในรอบนั้นจะไม่มีฝ่ายไหนที่เรียกไพ่ใบที่สามเพิ่มเลย หรือจบเกมส์ด้วยไพ่เพียง 4 ไพ่เท่านั้น อัตราการจ่ายเงินรางวัลอยู่ที่ 1.5 เท่าของเงินที่ลงเดิมพันทั้งหมด

ตำแหน่งสูง

ในการเดิมพันตำแหน่งสูง คือการทายว่าการเดิมพันในรอบนั้นจะมีฝ่ายไหนฝ่ายหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายผู้เล่น หรือฝ่ายเจ้ามือก็ได้ ที่เรียกไพ่ใบที่สามเพิ่ม หรือจบเกมส์ด้วยไพ่มากกว่า 4 ไพ่ อัตราการจ่ายเงินรางวัลอยู่ที่ 0.54 เท่าของเงินที่ลงเดิมพันทั้งหมด

ตำแหน่งหมายเลข 0

ในการเดิมพันตำแหน่งหมายเลข 0 คือการทายว่าการเดิมพันในรอบนั้นฝ่ายผู้เล่น และฝ่ายเจ้ามือ จะเสมอกันที่แต้ม 0 แต้ม ยกตัวอย่างว่าลงเดิมพันในตำแหน่งหมายเลข 0 การเดิมพันในรอบนั้นถ้าหากฝ่ายผู้เล่นมีแต้ม 0 แต้ม ฝ่ายเจ้ามือได้แต้ม 0 แต้มเท่ากัน แบบนี้ถึงจะได้รับเงินเดิมพัน อัตราการจ่ายเงินรางวัลอยู่ที่ 150 เท่าของเงินที่ลงเดิมพันทั้งหมด

ตำแหน่งหมายเลข 1

ในการเดิมพันตำแหน่งหมายเลข 1 คือการทายว่าการเดิมพันในรอบนั้นฝ่ายผู้เล่น และฝ่ายเจ้ามือ จะเสมอกันที่แต้ม 1 แต้ม ยกตัวอย่างว่าลงเดิมพันในตำแหน่งหมายเลข 1 การเดิมพันในรอบนั้นถ้าหากฝ่ายผู้เล่นมีแต้ม 1 แต้ม ฝ่ายเจ้ามือได้แต้ม 1 แต้มเท่ากัน แบบนี้ถึงจะได้รับเงินเดิมพัน อัตราการจ่ายเงินรางวัลอยู่ที่ 215 เท่าของเงินที่ลงเดิมพันทั้งหมด

ตำแหน่งหมายเลข 2

ในการเดิมพันตำแหน่งหมายเลข 2 คือการทายว่าการเดิมพันในรอบนั้นฝ่ายผู้เล่น และฝ่ายเจ้ามือ จะเสมอกันที่แต้ม 2 แต้ม ยกตัวอย่างว่าลงเดิมพันในตำแหน่งหมายเลข 2 การเดิมพันในรอบนั้นถ้าหากฝ่ายผู้เล่นมีแต้ม 2 แต้ม ฝ่ายเจ้ามือได้แต้ม 2 แต้มเท่ากัน แบบนี้ถึงจะได้รับเงินเดิมพัน อัตราการจ่ายเงินรางวัลอยู่ที่ 220 เท่าของเงินที่ลงเดิมพันทั้งหมด

ตำแหน่งหมายเลข 3

ในการเดิมพันตำแหน่งหมายเลข 3 คือการทายว่าการเดิมพันในรอบนั้นฝ่ายผู้เล่น และฝ่ายเจ้ามือ จะเสมอกันที่แต้ม 3 แต้ม ยกตัวอย่างว่าลงเดิมพันในตำแหน่งหมายเลข 3 การเดิมพันในรอบนั้นถ้าหากฝ่ายผู้เล่นมีแต้ม 3 แต้ม ฝ่ายเจ้ามือได้แต้ม 3 แต้มเท่ากัน แบบนี้ถึงจะได้รับเงินเดิมพัน อัตราการจ่ายเงินรางวัลอยู่ที่ 200 เท่าของเงินที่ลงเดิมพันทั้งหมด

ตำแหน่งหมายเลข 4

ในการเดิมพันตำแหน่งหมายเลข 4 คือการทายว่าการเดิมพันในรอบนั้นฝ่ายผู้เล่น และฝ่ายเจ้ามือ จะเสมอกันที่แต้ม 4 แต้ม ยกตัวอย่างว่าลงเดิมพันในตำแหน่งหมายเลข 4 การเดิมพันในรอบนั้นถ้าหากฝ่ายผู้เล่นมีแต้ม 4 แต้ม ฝ่ายเจ้ามือได้แต้ม 4 แต้มเท่ากัน แบบนี้ถึงจะได้รับเงินเดิมพัน อัตราการจ่ายเงินรางวัลอยู่ที่ 120 เท่าของเงินที่ลงเดิมพันทั้งหมด

ตำแหน่งหมายเลข 5 ในการเดิมพันตำแหน่งหมายเลข 5 คือการทายว่าการเดิมพันในรอบนั้นฝ่ายผู้เล่น และฝ่ายเจ้ามือ จะเสมอกันที่แต้ม 5 แต้ม ยกตัวอย่างว่าลงเดิมพันในตำแหน่งหมายเลข 5 การเดิมพันในรอบนั้นถ้าหากฝ่ายผู้เล่นมีแต้ม 5 แต้ม ฝ่ายเจ้ามือได้แต้ม 5 แต้มเท่ากัน แบบนี้ถึงจะได้รับเงินเดิมพัน อัตราการจ่ายเงินรางวัลอยู่ที่ 110 เท่าของเงินที่ลงเดิมพันทั้งหมด

ตำแหน่งหมายเลข 6

ในการเดิมพันตำแหน่งหมายเลข 6 คือการทายว่าการเดิมพันในรอบนั้นฝ่ายผู้เล่น และฝ่ายเจ้ามือ จะเสมอกันที่แต้ม 6 แต้ม ยกตัวอย่างว่าลงเดิมพันในตำแหน่งหมายเลข 6 การเดิมพันในรอบนั้นถ้าหากฝ่ายผู้เล่นมีแต้ม 6 แต้ม ฝ่ายเจ้ามือได้แต้ม 6 แต้มเท่ากัน แบบนี้ถึงจะได้รับเงินเดิมพัน อัตราการจ่ายเงินรางวัลอยู่ที่ 45 เท่าของเงินที่ลงเดิมพันทั้งหมด

ตำแหน่งหมายเลข 7

ในการเดิมพันตำแหน่งหมายเลข 7 คือการทายว่าการเดิมพันในรอบนั้นฝ่ายผู้เล่น และฝ่ายเจ้ามือ จะเสมอกันที่แต้ม 7 แต้ม ยกตัวอย่างว่าลงเดิมพันในตำแหน่งหมายเลข 7 การเดิมพันในรอบนั้นถ้าหากฝ่ายผู้เล่นมีแต้ม 7 แต้ม ฝ่ายเจ้ามือได้แต้ม 7 แต้มเท่ากัน แบบนี้ถึงจะได้รับเงินเดิมพัน อัตราการจ่ายเงินรางวัลอยู่ที่ 45 เท่าของเงินที่ลงเดิมพันทั้งหมด

ตำแหน่งหมายเลข 8

ในการเดิมพันตำแหน่งหมายเลข 8 คือการทายว่าการเดิมพันในรอบนั้นฝ่ายผู้เล่น และฝ่ายเจ้ามือ จะเสมอกันที่แต้ม 8 แต้ม ยกตัวอย่างว่าลงเดิมพันในตำแหน่งหมายเลข 8 การเดิมพันในรอบนั้นถ้าหากฝ่ายผู้เล่นมีแต้ม 8 แต้ม ฝ่ายเจ้ามือได้แต้ม 8 แต้มเท่ากัน แบบนี้ถึงจะได้รับเงินเดิมพัน อัตราการจ่ายเงินรางวัลอยู่ที่ 80 เท่าของเงินที่ลงเดิมพันทั้งหมด

ตำแหน่งหมายเลข 9

ในการเดิมพันตำแหน่งหมายเลข 9 คือการทายว่าการเดิมพันในรอบนั้นฝ่ายผู้เล่น และฝ่ายเจ้ามือ จะเสมอกันที่แต้ม 9 แต้ม ยกตัวอย่างว่าลงเดิมพันในตำแหน่งหมายเลข 9 การเดิมพันในรอบนั้นถ้าหากฝ่ายผู้เล่นมีแต้ม แต้ม ฝ่ายเจ้ามือได้แต้ม 9 แต้มเท่ากัน แบบนี้ถึงจะได้รับเงินเดิมพัน อัตราการจ่ายเงินรางวัลอยู่ที่ 80 เท่าของเงินที่ลงเดิมพันทั้งหมด

และทั้งหมดนี้ก็เป็นวิธีการเดิมพันของเกมส์บาคาร่าออนไลน์ หากท่านเข้าใจในวิธีการเล่นของเกมส์แล้วท่านก็จะสามารถสร้างกำไรไปกับเกมส์นี้ได้ ทดลองเล่นบาคาร่า เครดิตฟรี