ศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัด 17 มีประเด็นเด็ดเพียบ 6 คู่นี้มีเรื่องให้ติดตาม

ศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัด 17 มีประเด็นเด็ดเพียบ 6 คู่นี้มีเรื่องให้ติดตาม

ศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เดินทางมาถึงเกือบครึ่งทางแล้ว นัด 17 สัปดาห์นี้มีหลากคู่

หลายประเด็นน่าสนใจให้น่าติดตามทั้งทีมหัวตารางที่ขับเคี่ยวกันสนุกเมื่อต่างได้เจอทีมท้ายตาราง

นอกจากนี้ยังมีสองคู่ที่น่าจับตาทั้งแมนฯ ยูไนเต็ด รับมือ เอฟเวอร์ตัน กับอาร์เซน่อล รอดวล แมนฯ ซิตี้

ศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัด 17 มีประเด็นเด็ดเพียบ 6 คู่นี้มีเรื่องให้ติดตาม
ศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัด 17 มีประเด็นเด็ดเพียบ 6 คู่นี้มีเรื่องให้ติดตาม

 

ศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เดินทางมาถึงเกือบครึ่งทางแล้ว นัด 17 สัปดาห์นี้มีหลากคู่ หลายประเด็นน่าสนใจให้น่าติดตามทั้งทีมหัวตารางที่ขับเคี่ยวกันสนุก

เมื่อต่างได้เจอทีมท้ายตาราง นอกจากนี้ยังมีสองคู่ที่น่าจับตาทั้งแมนฯ ยูไนเต็ด รับมือ เอฟเวอร์ตัน กับอาร์เซน่อล รอดวล แมนฯ ซิตี้

“ลิเวอร์พูล-วัตฟอร์ด”
    ด้วยความที่เตะเป็นคู่แรกประจำโปรแกรมนัดที่ 17 ทำให้ ลิเวอร์พูล มีโอกาสทองที่จะฉีกหนี เลสเตอร์ ซิตี้ ทีมในอันดับสองเพิ่มเป็น 11 คะแนนก่อน
โดยพวกเขาจะได้เปิดบ้านรับการมาเยือนของ วัตฟอร์ด
อย่างที่รู้กันดีอยู่แล้วว่าเจ้าถิ่นกำลังร้อนแรงสุดขีด หลังจากชนะมา 15 นัด และเสมอ 1 เกม ขณะที่ วัตฟอร์ด ถือว่าอยู่ในต่างกับ ลิเวอร์พูล แบบ 180 องศา
เพราะพวกเขาเป็นอันดับสุดท้ายของตารางคะแนน และเพิ่งหยุดสถิติการแพ้ในลีก 3 นัดติดกันได้ แต่มันก็ไม่ได้ดีสักเท่าไหร่ เพราะการหยุดสถิติที่ว่าคือการเสมอกับ
คริสตัล พาเลซ 0-0 ที่บ้านของตัวเอง  แทงบอล app
    ทางฝั่ง ลิเวอร์พูล อาจจะมีปัญหาด้านการจัดแนวรับสักหน่อย หลังจากที่ เดยัน ลอฟเรน ลงเล่นเกมนี้ไม่ไหวเพราะมีปัญหาตรงหัวเข่าจากเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก
นัดที่ต้นสังกัดบุกดไปชนะ เร้ดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก 2-0 เมื่อวันอังคารที่ 10 ธันวาคม ที่ผ่านมา ทำให้เขาเป็นแข้งรายล่าสุดที่ต้องทำได้เพียงให้กำลังใจเพื่อนร่วมทีมที่ข้างสนาม
ต่อจาก โฌแอล มาติป และ ฟาบินโญ่
    ส่วน วัตฟอร์ด จะได้ เคร็ก ดอว์สัน แนวรับตัวหลักกลับมาช่วยทีม หลังก่อนหน้านี้ได้รับบาดเจ็บบริเวณศีรษะ และนี่จะถือเป็นการคุมทีมลงเล่นนัดแรกของ ไนเจล เพียร์สัน กุนซือคนใหม่ของ “แตนอาละวาด” ด้วย หลังจากเกมกับ พาเลซ มีแค่มาเปิดตัวต่อหน้าแฟนๆ และนั่งดูเกมบนอัฒจันทร์
ทั้งนี้ แอนฟิลด์ ถือเป็นหนึ่งในสนามแห่งฝันร้ายของ วัตฟอร์ด เพราะในเกมลีก 3 นัดหลังสุดที่คู่นี้เจอกันที่บ้านของ ลิเวอร์พูล นั้น “หงส์แดง” ชนะครบทั้ง 3 นัด แถมสกอร์ยังขาดลอยถึง 6-1, 5-0 และ 5-0 อีกต่างหาก โดยถ้าเกิด ลิเวอร์พูล ยังชนะด้วยสกอร์แบบนั้นได้อีก มันก็จะทำให้ถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของ พรีเมียร์ลีก ที่มีทีมใดทีมหนึ่งเอาชนะคู่แข่งหน้าเดิมที่บ้านของตัวเองด้วยผลต่าง 5 ลูกขึ้นไปได้ถึง 4 นัดติดต่อกัน
    นอกจากนี้ วัตฟอร์ด ก็เหมือนเป็นเหยื่ออันโอชะของ 3 แนวรุกของ ลิเวอร์พูล ไม่ว่าจะเป็น โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ที่ในเกมลีก 4 นัดที่เจอกับ วัตฟอร์ด เขามีส่วนร่วมกับประตูถึง 7 ลูก, ซาดิโอ มาเน่ มีส่วนร่วมกับ 8 ประตูจากการเจอกับ วัตฟอร์ด 5 นัดในนามนักเตะ ลิเวอร์พูล และ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ที่ทำประตูและแอสซิสต์รวม 8 หน ใน 6 เกมหลังสุดที่ได้ดวลกับ วัตฟอร์ด
    ขณะเดียวกัน ลิเวอร์พูล ก็กำลังทำผลงานได้ดีในด้านลูกโหม่ง เพราะพวกเขาเป็นทีมที่ได้ประตูจากลูกโขกมากที่สุดในลีกประจำซีซั่นนี้ ที่จำนวน 10 หน มากกว่าจำนวนประตูรวมทั้งจากเท้าและหัวที่ วัตฟอร์ด ทำได้ตลอดทั้งซีซั่นนี้ 1 ลูก
    ที่จริงแล้ว วัตฟอร์ด เคยมาชนะที่ แอนฟิลด์ ได้ตั้งแต่หนแรกที่มาเยือนสนามแห่งนี้ในการเล่นเกมระดับ พรีเมียร์ลีก (ไม่นับสมัยที่ลีกสูงสุดใช้ชื่อ ดิวิชั่น 1) โดยเกิดขึ้นเมื่อเดือนสิงหาคม ปี 1999 ซึ่งวันนั้นพวกเขาชนะไป 1-0 แต่ 5 นัดหลังสุดที่มาเยือน แอนฟิลด์ พวกเขาแพ้รวด ซ้ำร้ายยังยิงได้เพียง 1 ลูก และเสียไปรวมแล้ว 20 ประตูด้วยกัน
“เชลซี-บอร์นมัธ”
    เชลซี กำลังอยู่ในช่วงเครื่องสะดุด จากการแพ้ในลีกถึง 3 จาก 4 นัดหลังสุด แต่พวกเขาก็น่าจะมีกำลังใจที่ดีจากการผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายของ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้ แถมถ้าชนะเกมนี้ได้ พวกเขาก็จะทำแต้มเท่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก่อนหน้าที่ “เรือใบสีฟ้า” จะลงแข่งในวันอาทิตย์นี้ได้ด้วย
 ทางฝั่ง บอร์นมัธ อาการหนักกว่า หลังจาก 5 นัดหลังสุดสะกดเป็นแต่คำว่าแพ้ หนสุดท้ายที่พวกเขาชนะต้องย้อนไปถึงวันที่ 2 พฤศจิกายน ที่เปิดบ้านชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-0 เลยทีเดียว
    ทั้งนี้ เชลซี หมดสิทธิ์ใช้งาน ฟิคาโย่ โทโมรี่ กองหลังดาวรุ่งแน่นอน หลังเจ้าตัวเจ็บตรงสะโพก โดยคาดกันว่าแข้งที่เพิ่งต่อสัญญายาวถึงปี 2024 จะกลับมาซ้อมได้ในสัปดาห์หน้า ส่วน รูเบน ลอฟตัส-ชีค ก็ยังอยู่ระหว่างการฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บตรงส้นเท้า
    ด้าน บอร์นมัธ ถึงกับกุมขมับ เพราะ นาธาน อาเก้ กำลังสำคัญของทีมเจ็บเอ็นหลังหัวเข่าจากเกมแพ้ ลิเวอร์พูล เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา จนทำให้เจ้าตัวอดเจอทีมเก่าแน่นอน ขณะที่ สตีฟ คุ้ก กองหลังของทีมก็เพิ่งเข้ารับการผ่าตัดตรงข้อมือในสัปดาห์นี้ และจะอดลงเล่นเหมือนกัน อย่างไรก็ตาม โจชัว คิง และ คัลลั่ม วิลสัน 2 แนวรุกที่ก่อนหน้านี้เจ็บตรงเอ็นหลังหัวเข่า อาจจะกลับมาช่วยทีมได้
    สำหรับการเจอกันระหว่างคู่นี้นั้น มันน่าสนใจตรงที่ไม่เคยจบลงด้วยการเสมอกันเลยจากการพบกัน 15 หน โดยฝั่ง เชลซี ได้เฮเยอะกว่าเพราะชนะไป 11 ครั้ง
    อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่ที่ บอร์นมัธ เลื่อนชั้นมาเล่นใน พรีเมียร์ลีก ในฤดูกาล 2015-16 พวกเขาบุกมาชนะ เชลซี ที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์ ในลีกได้ถึง 2 หน โดยในช่วงเวลาเดียวกันนั้นมีเพียง ลิเวอร์พูล ที่ทำได้ดีกว่า “เดอะ เชอร์รี่ส์” หลังจาก ลิเวอร์พูล บุกมาชนะ เชลซี ถึงบ้านในเกมลีก 3 นัด
ถ้าหาก แทมมี่ อับราฮัม ทำประตูในเกมนี้ได้แล้วล่ะก็ เขาก็จะกลายเป็นนักเตะคนแรกนับตั้งแต่เดือนสิงหาคม ปี 2010 ที่สามารถทำประตูในเกมลีกให้ เชลซี ที่สนาม สแตมฟอร์ด บริดจ์ ได้ถึง 3 นัดติดต่อกัน บังเอิญเหลือเกินที่คนสุดท้ายที่ทำอย่างนั้นได้ก็คือ แฟร้งค์ แลมพาร์ด กุนซือคนปัจจุบันของ เชลซี เอง
อีกหนึ่งช่องทางในการติดตามข่าวสารและโปรโมชั่นดีๆLine@i99casino