สนรับงาน! โควัช ส่งเอเยนต์เจรจาหวังนั่งกุนซืออาร์เซน่อล

สนรับงาน! โควัช ส่งเอเยนต์เจรจาหวังนั่งกุนซืออาร์เซน่อล

โกล สื่อวงการฟุตบอล ระบุ นิโก้ โควัช นายใหญ่ บาเยิร์น อยากเป็นกุนซือคนใหม่ของอาร์เซน่อล โดยเอเยนต์ของเขาถึงขนาดติดต่อไปบอกเรื่องนี้กับผู้บริหารของ “ไอ้ปืนใหญ่”แล้วด้วย

สนรับงาน! โควัช ส่งเอเยนต์เจรจาหวังนั่งกุนซืออาร์เซน่อล
สนรับงาน! โควัช ส่งเอเยนต์เจรจาหวังนั่งกุนซืออาร์เซน่อล

โกล สื่อวงการฟุตบอล ระบุ นิโก้ โควัช นายใหญ่ บาเยิร์น อยากเป็นกุนซือคนใหม่ของ อาร์เซน่อล โดยเอเยนต์ของเขาถึงขนาดติดต่อไปบอกเรื่องนี้กับผู้บริหาร

ของ “ไอ้ปืนใหญ่” แล้วด้วย

นิโก้ โควัช อดีตเทรนเนอร์ บาเยิร์น มิวนิค สโมสรยักษ์ใหญ่ของเวที บุนเดสลีกา เยอรมัน ต้องการเป็นผู้จัดการทีมคนใหม่ของ อาร์เซน่อล ตามรายงานของ

โกล สื่อแวดวงฟุตบอลรายหนึ่ง

โควัชกลายเป็นคนว่างงานนับตั้งแต่ที่ต้องบอกลา บาเยิร์น เมื่อช่วงเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยก่อนหน้านี้เขาถูกจับภาพได้ว่าไปชมเกมที่ เอฟเวอร์ตัน

เปิดรัง กูดิสัน พาร์ค เอาชนะ เชลซี 3-1 เมื่อวันเสาร์ที่ 7 ธันวาคม ที่ผ่านมา จนทำให้ลือกันว่าเจ้าตัวอาจจะไปคุม “ทอฟฟี่สีน้ำเงิน” แต่มันมีรายงานระบุว่า

เขาแค่มาพักผ่อนที่ประเทศอังกฤษเท่านั้น และแค่เข้าไปดูการแข่งขันเฉยๆ  เทคนิค แทงบอล

โกล เสริมว่าตอนนี้เอเยนต์ของอดีตดาวเตะโครเอเชียได้แจ้งให้บอร์ดบริหารของ “ไอ้ปืนใหญ่” รู้แล้วว่า โควัชสนใจรับงานนายใหญ่แห่งถิ่น เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม

เป็นอย่างมาก โดยเชื่อกันว่าเขาจะเข้าไปชมเกมที่ อาร์เซน่อล มีคิวไปเยือน เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ในวันจันทร์ที่ 9 ธันวาคมนี้ด้วย

 

10 เรื่องน่ารู้ของนิโก้ โควัช

 

1) กุนซือชาวเยอรมันเชื้อสายโครเอเชีย

บาเยิร์นนั้นประกาศชัดว่าต้องการโค้ชชาวเยอรมันมาสานต่อความสำเร็จที่ยุปป์ ไฮน์เคส สร้างไว้ แล้วอดีตดาวเตะทีมชาติโครแอตอย่างโควัชก้าวขึ้นมารับ

ตำแหน่งนี้ได้อย่างไรกัน? ทว่าอันที่จริงแล้ว นิโก้ โควัชนั้นเกิดและโตในกรุงเบอร์ลินโดยมีพ่อแม่เป็นชาวโครเอเชียที่อพยพมาจากบอสเนีย เฮอร์เซโกวินา

ซึ่งยังเป็นส่วนหนึ่งของประเทศยูโกสลาเวียในขณะนั้น ซึ่งหมายความว่าโควัชจะเลือกเล่นทีมชาติให้กับเยอรมนี โครเอเชียหรือบอสเนียก็ได้ อย่างไรก็ดี โควัช

ก็ถือเป็นชาวเยอรมันคนหนึ่งและมีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่อูลี เฮอเนสและคาร์ล-ไฮนซ์ รุมเมนิเกอกำลังมองหา

 

2) เคยเล่นให้กับ “แฮร์ธ่า” ทีมบ้านเกิด

สองพี่น้องชาวเบอร์ลิน นิโก้และโรแบร์ตนั้นเติบโตมาในย่านเว็ดดิ้งของกรุงเบอร์ลิน ที่เดียวกับที่เชอโรมและเควิน-พรินซ์ บัวเต็งเริ่มหัดเล่นฟุตบอล เขาเริ่มเล่น

ฟุตบอลกับ แฮร์ธ่า เซห์เลนดอร์ฟเป็นทีมแรก โควัชเดินตามรอยเท้าปิแอร์ ลิตต์บาร์สกี้อยู่ในสโมสรที่เพาะบ่มนักเตะฝีเท้าดีอย่าง อันโตนิโอ รือดิเกอร์, จอห์น

บรู้คส์ และคริสเตียน ซีเก้อ อย่างไรก็ดี โควัชนั้นเริ่มต้นอาชีพค้าแข้งกับทีมแฮร์ธ่า เบอร์ลิน ซึ่งถือเป็นสโมสรที่ใหญ่ที่สุดจากเมืองหลวง ลงสนามไปทั้งสิ้น

242 นัด เปิดฉากเส้นทางการค้าแข้งในวงการฟุตบอลให้เป็นที่รู้จัก ก่อนที่ชื่อเสียงของเขาจะโด่งดังไปทั่วเยอรมนีและทั่วโลก

 

3) แฟนตัวยงของรุมเมนิเกอ

โควัชเป็นแฟนตัวยงของคาร์ล-ไฮนซ์ รุมเมนิเกอมาตั้งแต่เด็ก ใครจะรู้ว่าวันหนึ่งชายในโปสเตอร์บนผนังบ้านที่เขาชื่นชอบจะกลายมาเป็นหัวหน้าของเขาในวันนี้

หลังเคยค้าแข้งให้กับไบเออร์ เลเวอร์คูเซนและฮัมบวร์ก ฝันของโควัชก็กลายเป็นจริงด้วยการย้ายมาร่วมทีม “เสือใต้” ในปี 2001 เขาคว้าแชมป์อินเตอร์

คอนติเนนทัลคัพ กับสโมสรได้ในฤดูกาลแรก ตามมาด้วยดับเบิ้ลแชมป์กับบาเยิร์นในฤดูกาลที่ 2 นับเป็นสิ่งยืนยันว่าการย้ายทีมครั้งนี้คุ้มค่ากับทั้งสองฝ่าย

การกุมบังเหียนยอดทีมแห่งบาวาเรียครั้งนี้หมายความว่าโควัชจะเป็นอดีตผู้เล่นบาเยิร์นคนที่ 3 ในประวัติศาสตร์ที่ได้กลับมาเป็นกุนซือทีมแชมป์สุดสูง

แห่งบุนเดสลีกาต่อจาก ฟรันซ์ เบ็คเคนเบาเออร์ และ เยือร์เก้น คลินส์มันน์ นอกจากนี้เขายังเป็นชาวโครแอตคนที่ 3 เช่นกันที่ได้คุมทีม “เสือใต้” ต่อจากซลัตโก

ชาคอฟสกี้ และ บรันโก้ ซีบิก

 

4) ชอบใช้ปีก

แผนการเล่นที่โควัชใช้อยู่เสมอสมัยยังคุมทีม “อินทรีแดง-ดำ” ไอน์ทรัค แฟรงเฟิร์ต ก็คือ 3-5-2 เห็นได้ชัดว่าเขาให้ความสำคัญกับตำแหน่งปีก เขาเคยได้ให้

สัมภาษณ์กับ แฟรงค์เฟิร์ตรุนด์เชา เมื่อเดือนสิงหาคมปี 2017 ว่า หัวใจเต้นแรงขึ้นเมื่อได้ดูร็อบเบนและริเบรีลงเล่น จึงไม่ค่อยน่าแปลกใจที่หลังจากนิโก้ โควัช

เปิดตัวในถิ่นอัลลิอันซ์ อารีน่า ได้เพียงไม่นาน สโมสรก็พยายามต่อสัญญากับปีกตัวจี๊ดทั้ง 2 รายออกไปอีก

 

5) มีส่วนในการคว้าอันดับ 3 ศึกฟรองซ์ ’98

โควัช ไม่เพียงแค่รับหน้าที่โค้ชคุมทีมจากข้างสนามเท่านั้น แต่เขายังเคยประสบความสำเร็จในเวทีระดับนานาชาติมาแล้วมากมายเมื่อยังค้าแข้ง เขาลงเล่นให้

ทีม “ตราหมากรุก” ไปถึง 83 เกมตลอดช่วงเวลา 12 ปีในเส้นทางอาชีพนักเตะ เขามีส่วนสำคัญในการพาโครเอเชียผ่านเข้าไปเล่นรอบสุดท้ายในศึกฟุตบอลโลก

1998 น่าเสียดายที่ดันมาได้รับบาดเจ็บจนหลุดทีมชาติโครเอเชียชุดคว้าอันดับ 3 แต่สุดท้ายเขาก็กลับมารับใช้ชาติ 4 ทัวร์นาเมนต์ติดต่อกัน นับตั้งแต่ฟุตบอล

โลก 2002 จนถึงยูโร 2008 และยังได้สวมปลอกแขนกัปตันนำทีมชาติโครเอเชียลงแข่งนัดเปิดสนามฟุตบอลโลก 2006 ในถิ่นที่เรียกว่าเป็น “บ้าน”

ของตัวเอง โดยพบกับบราซิลที่สนามโอลิมเปียชตาดิโอน กรุงเบอร์ลิน ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านเกิดของเขาเพียงไม่กี่นาที

 

6) 3 ทหารเสือ นิโก้ อีวาน และลูก้า

อาจฟังดูเหมือนละครน้ำเน่า แต่นี่เรื่องจริง! 3 คนนี้ลงคุมแดนกลางให้โครเอเชียพร้อมกันมาแล้วในศึกยูโร 2008 โดยโควัชเล่นเป็นมิดฟิลด์ตัวรับ ปล่อยให้ลูก้า

โมดริช แห่งเรอัล มาดริด (ขณะนั้นเล่นอยู่กับดินาโม ซาเกรบ) และอีวาน ราคิติช จากบาร์เซโลน่า (ขณะนั้นเล่นอยู่กับชาลเค่อ) ร่ายมนตร์ลูกหนังอยู่ด้านหน้า

เหล่าขุนพลนักเตะโครเอเชียโชว์ฟอร์มเยี่ยมคว้าชัยได้ทุกเกมในรอบแบ่งกลุ่ม ก่อนมาพลาดท่าพ่ายจุดโทษให้กับตุรกีในรอบก่อนรองชนะเลิศ

จากนั้นไม่กี่เดือน โควัชในวัย 36 ปีก็ประกาศอำลาทีมชาติ แต่ก็กลับมารับใช้ชาติในฐานะโค้ชคุมอดีตมิดฟิลด์คู่ขาทั้ง 2 รายลุยศึกฟุตบอลโลก 2014

โดยได้กล่าวชื่นชมไว้ว่าโมดริชเป็นนักเตะที่มหัศจรรย์มากๆ

 

7) เริ่มต้นเส้นทางโค้ช

หลังจากย้ายไปเล่นให้ทีมที่เพิ่มก่อตั้งขึ้นใหม่อย่าง เร้ดบูล ซัลซ์บวร์ก ในปี 2006 โควัช ก็ยิงประตูแรกให้กับสโมสรในลีกบุนเดสลีกา ของประเทศออสเตรียได้

และคว้าแชมป์ลีกกับสโมสรได้ในปี 2007 และ 2009 หลังจากแขวนสตั๊ดเขาก็ลงหลักปักฐานอยู่ที่นั่น โควัชได้โอกาสคุมทีมสำรองของซัลซ์บวร์ก ก่อนก้าวขึ้น

มาเป็นผู้ช่วยโค้ชคุมทีมชุดใหญ่ให้กับริคาร์โด โมนิซ ตามด้วยโรเจอร์ ชมิดท์ ที่กลายมาเป็นเทรนเนอร์ให้ไบเออร์ เลเวอร์คูเซนในเวลาต่อมา จากนั้นเขาก็ได้รับ

โทรศัพท์จากสมาคมฟุตบอลโครเอเชียเรียกให้ไปคุมทีมชาติชุด U21 ซึ่งโควัช ก็ยินดีรับหน้าที่นั้นทันที และโชว์ผลงานพาทีมชนะ 5 นัดรวด

 

8) ทีมเวิร์คพี่น้อง

นิโก้ โควัช มาร่วมทีม “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิคร่วมกับน้องชายของเขา โรแบร์ต ผู้อยู่เคียงข้างเขาเสมอมาทั้งในชีวิตจริงรวมถึงในอาชีพค้าแข้งด้วย นับตั้งแต่

ตอนค้าแข้งด้วยกันที่เลเวอร์คูเซน บาเยิร์น และทีมชาติโครเอเชีย แถมยังมาช่วยกันคุมทีมชาติโครเอเชียชุด U21 อีกด้วย โดยนิโก้ กล่าวว่าเขามั่นใจในตัวน้อง

ชายของตน และเชื่อว่าไม่มีอะไรจะดีไปกว่านี้แล้ว

 

9) อ่อนน้อมถ่อมตน

โควัชนั้นรู้ถึงความหมายของชัยชนะเป็นอย่างดีจากที่เล่นให้บาเยิร์นเป็นส่วนใหญ่ แต่ก็เข้าใจความรู้สึกผู้แพ้เช่นกัน ฝ่ายผู้ชนะมักไม่เข้าใจความรู้สึกของการ

ต้องเห็นความฝันของตัวเองพังทลายลงตรงหน้า แต่หลังจบเกมเพลย์ออฟเลื่อนชั้นตกชั้นระหว่างแฟรงค์เฟิร์ตกับเนือร์นแบร์ก ฤดูกาล 2015/16 ผลจบลงด้วย

ชัยชนะของลูกทีมของโควัช 2-1 ประตู ในค่ำคืนหนึ่งที่เขาประสบความสำเร็จสูงสุดในฐานะโค้ช โควัชกลับนิ่งสงบปากสงบคำ แถมยังเข้าไปคุกเข่าปลอบคู่แข่ง

ที่กำลังร่ำไห้อยู่จนครบทุกคนในขณะที่ลูกทีมตัวเองกำลังฉลองชัยอยู่กับเหล่าแฟนบอล จากการกระทำเช่นนี้ทำให้โควัชได้รับรางวัลเนชั่นนัลแฟร์เพลย์อวอร์ด

ในปี 2017

 

10) ตัวแทนแห่งความเท่าเทียม

บุตรชายชาวเบอร์ลินที่เกิดจากครอบครัวผู้อพยพชาวโครเอเชียคนนี้แหละที่เป็นตัวอย่างความสำเร็จของการผสานรวมชาติและปฏิบัติต่อลูกทีมนานาชาติด้วย

ความเท่าเทียม เขากล่าวไว้ว่า “นี่มันไม่ใช่เรื่อง Brexit หรือ Fraxit เราไม่สนใจการเมืองอะไรทั้งนั้น เราเล่นฟุตบอล และก็ต้องดูผลงานและความสามารถเป็น

หลัก ใครทำผลงานได้ดีก็สมควรได้ลงสนาม ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับหน้าตา อายุ ไม่เกี่ยวว่าจะเป็นชาวเยอรมันหรือไม่” โควัชเคยร่วมงานกับสโมสรที่มีนักเตะต่าง

ชาติมากที่สุดสโมสรหนึ่งในบุนเดสลีการวม 17 สัญชาติมาแล้ว และบังคับให้ทุกคนต้องพูดภาษาเดียวกันทั้งในและนอกสนาม การตัดสินใจดร็อปนักเตะตำนาน

สโมสรอย่างอเล็กซานเดอร์ ไมเออร์ ในปี 2016

 

 

อีกหนึ่งช่องทางในการติดตามข่าวสารและโปรโมชั่นดีๆLine@i99casino