คอลลีมอร์ชม1แข้งลิเวอร์พูลพัฒนาดีเหลือเชื่อ

คอลลีมอร์ชม1แข้งลิเวอร์พูลพัฒนาดีเหลือเชื่อ

สแตน คอลลีมอร์ ระบุ ส่วนตัวแล้วตนประทับใจมากๆ กับการที่ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน พัฒนาตัวเองได้อย่างสุดยอดจนคู่ควรกับการเป็นกัปตันทีม ลิเวอร์พูล เพราะก่อนหน้านี้ตนยังไม่เชื่อฝีเท้าของแข้งวัย 29 ปีเลย พร้อมชมทั้ง เฮนเดอร์สัน และ เจมส์ มิลเนอร์ ว่าพิสูจน์ตัวเองได้ดีว่ามีความสำคัญกับทีมสุดๆ

คอลลีมอร์ชม1แข้งลิเวอร์พูลพัฒนาดีเหลือเชื่อ
คอล ลีมอร์ชม1แข้งลิเวอร์พูลพัฒนาดีเหลือเชื่อ

 

สแตน คอลลีมอร์ ระบุ ส่วนตัวแล้วตนประทับใจมากๆ กับการที่ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน พัฒนาตัวเองได้อย่างสุดยอด

จนคู่ควรกับการเป็นกัปตันทีม ลิเวอร์พูล เพราะก่อนหน้านี้ตนยังไม่เชื่อฝีเท้าของแข้งวัย 29 ปีเลย พร้อมชมทั้ง เฮนเดอร์สัน และ เจมส์ มิลเนอร์

ว่าพิสูจน์ตัวเองได้ดีว่ามีความสำคัญกับทีมสุดๆ

สแตน คอลลีมอร์ อดีตกองหน้า ลิเวอร์พูล ยอดสโมสรแห่งศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กล่าวยกย่อง จอร์แดน เฮนเดอร์สัน กองกลางกัปตันทีม “หงส์แดง”

ว่าพัฒนาตัวเองได้อย่างยอดเยี่ยม จนกลายเป็นกำลังหลักคนหนึ่งของทีมไปแล้ว

ลิเวอร์พูล ตัดสินใจดึง เฮนเดอร์สัน มาจาก ซันเดอร์แลนด์ เมื่อช่วงซัมเมอร์ ปี 2011 ด้วยค่าตัวทื่เชื่อกันว่าอยู่ที่ 16-20 ล้านปอนด์

(ประมาณ 608-760 ล้านบาท) ซึ่งช่วงแรกๆ ดาวเตะชาวอังกฤษทำผลงานได้น่าผิดหวัง แถมถึงขั้นมีข่าวว่าอาจจะโดนปล่อยออกจากทีมด้วย

แต่เจ้าตัวก็ฮึดสู้ต่อจนถึงขั้นได้เป็นกัปตันทีมของ ลิเวอร์พูล

คอลลีมอร์ เผยว่า “ผมอยากพูดถึง จอร์แดน เฮนเดอร์สัน เป็นกรณีพิเศษ เขาเป็นนักเตะที่ต่างจากคนที่พวกเราเคยคิดเมื่อ 3 หรือ 4 ปีก่อนเยอะเลยทีเดียว

เขาสามารถลงเล่นเป็นมิดฟิลด์ตัวกลาง และยังสามารถโยกมาตรงริมเส้นได้ด้วย และนั่นก็ถือว่าเข้ากับแท็กติกชั้นยอดของ เจอร์เก้น คล็อปป์ พอดี

เพราะเขารู้ดีว่าบางครั้งฟูลแบ็กวัยหนุ่มทั้งสองคนของทีมจะเจอภาระมากเกินไป และต้องได้รับความช่วยเหลือสักหน่อย”

“ผมเองเป็นหนึ่งในคนที่เคยสงสัยว่า เฮนเดอร์สัน และ เจมส์ มิลเนอร์ อาจจะเป็นภาระของทีม จริงอยู่ว่า มิลเนอร์ มีประสบการณ์สูง

และมีความเป็นมืออาชีพอย่างมากอยู่เสมอ แต่ตอนนั้นผมไม่มั่นใจเขาจะเพิ่มมิติให้ทีมได้

นอกจากนี้ ผมเองก็เป็นหนึ่งในแฟนบอล ลิเวอร์พูล หลายคนที่สงสัยด้วยว่า เฮนเดอร์สัน ควรจะได้อยู่ในทีมจริงๆ รึเปล่า

ยิ่งเรื่องที่เขาควรจะเป็นกัปตันทีมหรือไม่นี่ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเลย”  แทงบอลเว็บไหนให้รวย

“อย่างไรก็ตาม ทั้งคู่ก็ไม่ได้แค่เคลียร์ข้อกังขาของพวกเขาได้เท่านั้น แต่พวกเขายังเป็นส่วนสำคัญของทีม และของห้องแต่งตัวได้ด้วย

ทีมไหนก็ตามที่มีนักเตะที่อารมณ์แปรปรวนง่ายหลายคน และมีขุมกำลังที่เต็มไปด้วยแข้งดาวรุ่งแล้วเนี่ย

ทีมนั้นๆ ก็ต้องการคนที่เป็นเหมือนกาวที่จะเชื่อมนักเตะเข้าด้วยกันได้ ซึ่งทั้งสองคนก็ทำอย่างนั้นได้”

“ถ้าเกิดสุดท้ายแล้ว ลิเวอร์พูล ได้แชมป์ลีกในฤดูกาลนี้น่ะ มันก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่าทั้งสองคนคือคนที่เป็นเหมือนแรงขับเคลื่อนของทีมที่สำคัญที่สุด

โดยเฉพาะอย่างยิ่งรายของ เฮนเดอร์สัน ถือว่ามีความสำคัญมากกว่าเป็นพิเศษ เพราะเขาเติบโตมาได้ดีจนเหมาะกับการเป็นกัปตันทีมแล้ว

การหาผู้นำที่ดีหลังจากหมดยุคของ สตีเว่น เจอร์ราร์ด ให้เจอมันเป็นเรื่องที่ทำได้ยากอยู่เสมอ แต่ว่า เฮนเดอร์สัน ก็ก้าวขึ้นมารับหน้าที่นี้ได้อย่างยอดเยี่ยม”

 

ถ้าจะมีนักเตะสักคนที่ค้าแข้งกับลิเวอร์พูลเพียง 2 ฤดูกาล แต่ก็ได้รับการจดจำมากที่สุดคนหนึ่งคงจะไม่มีใครเกิน สแตน “เดอะ แมน” คอลลีมอร์

แต่ถ้าให้ฉายาเป็นภาคภาษาไทยขอเรียกว่า “ลูกผู้ชายยุคหิน” นอกจากฉายา “เดอะ แมน” แล้ว เขายังเกิดในเขต Stone ที่แปลว่า “หิน” อีกด้วย

สแตน คอลลีมอร์ นับว่าเป็นนักเตะที่มีความ “ห่าม” เป็นเอกลักษณ์ แต่แฝงด้วยความเป็นลูกผู้ชาย (ในแบบของเขา)

วีรกรรมในอาชีพนักเตะรายนี้มีเรื่องให้พูดถึงมากมาย แม้แต่หลังจากแขวนสตั๊ดไปแล้ว คอลลี่ ยังมักออกมาให้สัมภาษณ์อย่างมีสีสันเสมอ

คอลลีมอร์ เริ่มอาชีพแบบที่สร้างความฉงนให้หลายคนได้ตั้งแต่ต้น เมื่อเขาปฏิเสธทีมศักดินาเหนือกว่าอย่าง วอลซอลล์ และวูล์ฟส์

ที่อยู่ในระดับอาชีพ แต่เลือกเล่นใน สแต็ฟฟอร์ด เรนเจอร์ส ทีมในระดับคอนเฟอเรนซ์ หรือกึ่งอาชีพแทนที่

ก่อนที่ จอห์น กริฟฟิน แมวมองของ สตีฟ ค็อปเปลล์ กุนซือ คริสตัล พาเลซ ในเวลานั้นส่ง กริฟฟิน ไปดูฟอร์มผู้รักษาประตูของ สแต็ฟฟอร์ด

คริสตัล พาเลซ จ่าย 100,000 ปอนด์ ในเดือนมกราคม 1991 เพื่อดึงนักเตะรายนี้มาร่วมทีม และ พาเลซ ก็เลื่อนชั้นสู่พรีเมียร์ลีกในเวลาต่อมา

แต่หลังจากเป็นตัวจริงส่วนใหญ่ตลอด 18 เดือน คอลลีมอลร์ ก็เหมือนนั่งรถไฟเหาะขาลงเมื่อต้องระเห็จไปเล่นกับ เซาธ์เอนด์ ของ แบร์รี่ ฟราน

ที่ซึ่งเขาได้เกิดใหม่อีกครั้งด้วยการ ซัด 18 ประตู ใน 33 เกม

ในปี 1993 น็อตติ้งแฮม ฟอร์เรสต์ จ่าย 2.2 ล้านปอนด์เพื่อใช้บริการเขาในแดนหน้า

และเขาเริ่มต้นกับ เจ้าป่า อย่างน่าตื่นตาตื่นใจเมื่อยิงถึง 19 ประตู จาก 28 เกมลีก ในดิวิชั่น 1 (เทียบกับเดอะ แชมเปี้ยนชิพในเวลานี้)

และเลื่อนชั้นในปีเดียว ในเวลานั้นมีหลายๆ ทีมให้ความสนใจซื้อเขาไปร่วมทีม รวมทั้ง แมนฯ ยูไนเต็ด แต่ปีศาจแดงเลือกดึง แอนดี้ โคล ไปร่วมทีมแทน

ฟอเรสต์ จบด้วยอันดับ 3 เพียงฤดูกาลแรกที่ขึ้นมาอยู่ในพรีเมียร์ลีก และ คอลลี่ ซัดไปถึง 22 ประตูในลีก ทำให้ซัมเมอร์ปี 1995

เขาได้โอกาสประเดิมสนามกับ ทีมชาติอังกฤษ และเพียงเดือนถัดมาก็ทุบ สถิติของสหราชอาณาจักร ย้ายมาอยู่กับ ลิเวอร์พูล ด้วยค่าตัว 8.5 ล้านปอนด์

คอลลีมอร์ ไม่ต้องรอนานกับประตูแรกใน สีเสื้อหงส์แดง เมื่อซัดเต็มข้อ 25 หลานำทีมคว้าชัยเหนือ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด

การย้ายมาร่วมทีมของ คอลลีมอร์ ทำให้มีเครื่องหมายคำถามไม่น้อย เมื่อทั้งเขา และ ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ ต่างซัดประตูได้เป็นกอบเป็นกำในช่วงที่อยู่กันคนละทีม

และทำให้คนสงสัยว่าทั้งคู่จะสามารถเข้าขากันได้หรือไม่

แฟนบอลยุคหลังอาจจะนึกภาพไม่ออกว่า ฟาวเลอร์ จับคู่กับ คอลลีมอร์ ได้ดีแค่ไหน

แต่สถิติซัดรวมกัน 55 ประตูในฤดูกาล 1995/96 คงบ่งบอกทุกอย่างได้เป็นอย่างดี

และนั่นสร้างความหวังให้แฟนหงส์แดงที่คว้า อันดับ 3 ในลีกปีนั้น กลายเป็นตัวเต็ง และมีโอกาสจะเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกในปีถัดไป

จากนั้น สแตน เดอะ แมน ถูกขายให้ วิลล่า ในราคา 7 ล้านปอนด์แบบยอมขาดทุน 1.5 ล้านปอนด์ ซึ่งเขาก็ได้โอกาสย้ายไปอยู่ในเมือง เบอร์มิงแฮม

ที่ใกล้บ้านเกิดขึ้นมาเพียง 60 ไมล์เมื่อเทียบกับ ลิเวอร์พูล

คอลลีมอร์ ยิงได้แค่ 1 จาก 17 เกมในชุด แอสตัน วิลล่า และทำได้เพียง 15 ประตูตลอด 3 ปีต่อมาที่ลงเล่นกว่า 60 นัด

หลังจากใช้เวลาสั้นๆ กับ ฟูแล่ม ในปี 1999 เขาย้ายไป เลสเตอร์ แบบไม่มีค่าตัว ก่อนจะไปไม่ได้ไกลนักเช่นกันจนย้ายไปอยู่ แบร็ดฟอร์ด

ในเดือนตุลาคมปี 2000 ตามด้วย เรอัล โอเบียโด้ ในสเปนเดือนมกราคมปี 2001 เขาลงเล่น 3 นัดในสเปน ก่อนประกาศเลิกเล่นดื้อๆ ด้วยวัย 30 ปีเท่านั้น

อย่างไรก็ตามไม่ว่าชีวิตการค้าแข้งของคอลลีมอร์จะมีปัญหานอกสนามมากแค่ไหน เขาจะแสดงความห่าม

หรือให้สัมภาษณ์วิจารณ์แข้งรุ่นน้องหนักเพียงใด แต่เขาไม่เคยออกห่างจากแฟนบอล ยังอยู่ข้างเดียวกับเดอะ ค็อปเสมอ

และดูเหมือนว่าจะไม่มีแฟนบอลคนใดที่จะเกลียดกองหน้ารายนี้ได้ลงคอ เพราะนี่คืออดีตคู่ขาที่ดีที่สุดของฟาวเลอร์ในแอนฟิลด์

 

อีกหนึ่งช่องทางในการติดตามข่าวสารและโปรโมชั่นดีๆLine@i99casino