เปรียบเทียบ เลสเตอร์ ซีซั่น 2015-16 กับ 2019-20

เปรียบเทียบ เลสเตอร์ ซีซั่น 2015-16 กับ 2019-20

เปรียบเทียบ เลสเตอร์ ซีซั่น 2015-16 กับ 2019-20

เปรียบเทียบ เลสเตอร์ ซีซั่น 2015-16 กับ 2019-20

เปรียบเทียบ เลสเตอร์ ซีซั่น 2015-16 กับ 2019-20  เรียกได้ว่ากำลังทำผลงานได้น่าประทับใจสุดๆ ในฤดูกาล 2019-20 สำหรับ เลสเตอร์ ซิตี้ หลังจากพวกเขาเก็บไปแล้ว 23 คะแนน จากการลงเล่น 11 นัด พร้อมครองอันดับ 3 ของตารางคะแนน โดยพวกเขาเคยถึงขนาดถล่ม เซาธ์แฮมป์ตัน ในเกมลีก 9-0 ด้วย

หลายคนยกเครดิตเกี่ยวกับผลงานอันนี้ให้ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ผู้จัดการทีมชาวไอร์แลนด์เหนือ หลังจากที่เขาทำให้ทีมเล่นได้อย่างยอดเยี่ยม ทั้งที่เพิ่งเข้ามากุมบังเหียน “สุนัขจิ้งจอก”

เมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยตอนนี้ เลสเตอร์ เป็นทีมท่ทำประตูมากที่สุดเป็นอันดับ 2 ในลีก ด้วยจำนวน 27 ประตู เป็นรองเพียง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่กดไป 34 ลูกเพียงทีมเดียวเท่านั้น

ทั้งนี้ บางคนถึงขนาดมองว่า เลสเตอร์ ชุดที่ลงเล่นในซีซั่นนี้เก่งกว่าชุดฤดูกาล 2015-16 ที่พวกเขาสร้างประวัติศาสตร์ได้แชมป์ลีกสูงสุดเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของสโมสรด้วย คำถามคือมันเป็นอย่างนั้นจริงๆ รึเปล่า ? ซึ่งวันนี้เราจะมาลองเปรียบเทียบถึงเรื่องนั้นกัน

ผลลงานโดยรวม ในฤดูกาล 2015-16 เลสเตอร์ เป็นอันดับ 3 ของตารางคะแนน หลังจากผ่านเกมลีก 11 นัดแรกไปแล้ว เหมือนกับในตอนนี้ โดยตอนนั้นพวกเขามีแต้มตามหลัง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กับ อาร์เซน่อล เพียงแค่ 3 แต้ม ต่างกับปัจจุบันที่ตามหลัง ลิเวอร์พูล มากถึง 8 คะแนน

อย่างไรก็ตาม ที่จริงแล้วเมื่อ 4 ฤดูกาลก่อน เลสเตอร์ มีแต้มน้อยกว่าตอนนี้ในช่วง 11 นัดแรก เพราะเก็บไปได้ 22 คะแนน แถมตอนนั้นพวกเขาก็ยิงได้ 23 ลูก น้อยกว่าปัจจุบันที่กดไปแล้ว 27 ประตู

และที่แตกต่างกันอย่างมากคือจำนวนประตูที่เสีย เพราะในตอนนั้นพวกเขาโดนยิงไป 19 ประตูในช่วง 11 เกมแรก ขณะที่ซีซั่นนี้เพิ่งเสียเพียง 8 ลูกเท่านั้น

ตารางเปรียบเทียบผลงานของ เลสเตอร์ ระหว่างฤดูกาล 2015-16 กับ 2019-20 ในช่วง 11 นัดแรก

– ก็องเต้ vs เอ็นดิดี้ ว่ากันว่าหนึ่งในฟันเฟืองสำคัญที่ทำให้ เลสเตอร์ ได้แชมป์ลีกในฤดูกาล 2015-16 เป็นเพราะความยอดเยี่ยมของ เอ็นโกโล่ ก็องเต้ กองกลางชาวฝรั่งเศสที่เล่นได้อย่างโดดเด่นในตำแหน่งโฮลดิ้ง มิดฟิลด์ หรือกองกลางที่รับหน้าที่ด้านเกมรับเป็นหลัก แม้ว่าจะเพิ่งย้ายมาอยู่กับทีมในช่วงซัมเมอร์ปี 2015 โดย ก็องเต้ ก็ย้ายไป เชลซี ในช่วงซัมเมอร์ของปีต่อมา

ทั้งนี้ เลสเตอร์ ตัดสินใจดึง วิลฟรีด เอ็นดิดี้ มิดฟิลด์ชาวไนจีเรียมาเป็นตัวแทนของ ก็องเต้ ในตลาดช่วงหน้าหนาวของซีซั่น 2016-17 ซึ่งถ้าดูเฉพาะฟอร์มในฤดูกาลนี้นั้น เอ็นดิดี้ เล่นได้โดดเด่น หลังมีค่าเฉลี่ยการเข้าสกัดสำเร็จต่อ 90 นาทีอยู่ที่ 5.3 ครั้ง, ตัดบอลได้ 3.2 หนต่อ 90 นาที และโดนเลี้ยงบอลผ่านได้ 1.8 ครั้ต่อ 90 นาที

ถ้าจะเปรียบเทียบกับ ก็องเต้ ในซีซั่น 2015-16 แล้วนั้น เอ็นดิดี้ ทำได้ดีกว่านิดหน่อยในด้านการเข้าสกัดสำเร็จ เพราะเมื่อ 4 ฤดูกาลก่อน ก็องเต้ เข้าสกัดโดนบอล 5.2 ครั้งต่อ 90 นาทีในช่วง 11 นัดแรก อย่างไรก็ตาม ก็องเต้ ก็ทำได้ดีกว่า เอ็นดิดี้ ในอีก 2 ด้าน เพราะเขาโดนเลี้ยงผ่าน 1.7 ครั้งต่อ 90 นาที และตัดบอลได้ 4.6 ครั้งต่อ 90 นาที

ตารางเปรียบเทียบผลงานในลีกช่วง 11 นัดแรกของ ก็องเต้ ในฤดูกาล 2015-16 กับ เอ็นดิดี้ ในฤดูกาล 2019-20

– วาร์ดี้ ในเกมลีกช่วง 11 นัดแรกของฤดูกาล 2015-16 วาร์ดี้ กลายเป็นที่ฮือฮาในวงการฟุตบอลอังกฤษ เพราะนักเตะที่เคยไม่ได้รับความสนใจจากหลายคนกลับสามารถทำประตูได้เป็นกอบเป็นกำจนซัดไป 11 ประตู ก่อนที่จะจบฤดูกาลนั้นด้วยการยิงในลีกไป 24 ลูก และเป็นรองดาวซัลโวสูงสุด แพ้ แฮร์รี่ เคน ไปเพียง 1 ประตู

อย่างไรก็ตาม ในช่วงต้นซีซั่นของอีก 3 ฤดูกาลต่อมา วาร์ดี้ กลับทำผลงานได้แย่กว่าในซีซั่น 2015-16 โดยในช่วง 11 เกมแรกของฤดูกาล 2016-17 เขายิงในลีกได้เพียง 2 ลูก, ทำไป 6 ประตู ใน 11

เกมแรกของซีซั่น 2017-18 และยิงไป 3 ลูก ในช่วง 11 นัดแรกของฤดูกาล 2018-19 ถึงในต้นฤดูกาลนี้ วาร์ดี้ ก็ออกตัวได้ร้อนแรงอีกครั้ง เพราะทำไปแล้ว 10 ประตู ในเกมลีก 11 นัดแรก จนทำให้เขานำเป็นดาวซัลโวสูงสุดแบบเดี่ยวๆ ของ พรีเมียร์ลีก ในตอนนี้ด้วย

– รูปเกม  เลสเตอร์ ชุดฤดูกาล 2015-16 ภายใต้การทำทีมของ เคลาดิโอ รานิเอรี่ ให้ทีมเล่นในระบบ 4-4-2 แบบสุดคลาสสิก พร้อมกับให้ความสำคัญเรื่องเกมรับเป็นลำดับแรก ซึ่งมันก็อาจจะทำให้ตัวเลขเรื่องรูปเกมของทีมไม่ดีเท่าไหร่ โดยในเกมลีกช่วง 11 นัดแรกของฤดูกาลนั้น เลสเตอร์ ครองบอลได้เฉลี่ย 42.9%, ผ่านบอลไปทั้งหมด 3,696 ครั้ง และมีความแม่นยำในการผ่านบอลที่ 71.3%

ในทางกลับกัน ชุดซีซั่น 2019-20 ในมือของ ร็อดเจอร์ส ทีมแกร่งแห่งถิ่น คิง เพาเวอร์ เน้นเล่นเกมบุกเป็นหลักตามสไตล์ถนัดของอดีตกุนซือ ลิเวอร์พูล ซึ่งมันก็ทำให้ตัวเลขหลายด้านของทีมในเกมลีกช่วง 11 นัดแรกดูดีมากๆ ไม่ว่าจะเป็นการครองบอลเฉลี่ย 58.4%, การผ่านบอลรวม 5,862 ครั้ง และการผ่านบอลเข้าเป้า 81.9%

ตารางเปรียบเทียบรูปเกมของ เลสเตอร์ ระหว่างฤดูกาล 2015-16 กับ 2019-20 ในช่วง 11 นัดแรก

สรุป : หลายอย่างในช่วงต้นฤดูกาลนี้ของ เลสเตอร์ ถือว่าดูดีกว่าชุดที่ได้แชมป์ลีกเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสร ถ้าจะมีด้านที่ดูด้อยกว่าก็คงจะเป็นเรื่องที่ เอ็นดิดี้ ยังไม่สามารถทำเหมือน ก็องเต้ ได้ และถ้าไม่ใช่ว่าฤดูกาลนี้ ลิเวอร์พูล โชว์ฟอร์มได้โหดเกินคำบรรยายแล้วล่ะก็ พวกเขาก็อาจจะมีลุ้นแชมป์ลีกเป็นครั้งที่ 2 มากกว่านี้ก็ได้

ช่องทางในการติดตามข่าวสารและโปรโมชั่นดีๆI99Casino

Be the first to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.


*