ยุคใหม่!ทีมชาติสเปนเปลี่ยนไปแค่ไหนจากชุดครองบัลลังก์

เผยสิ่งที่เปลี่ยนไปของทีมชาติสเปนนับตั้งแต่เถลิงบัลลังก์แชมป์ครั้งสุดท้าย ในศึกชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป หรือ ยูโร 2012 ซึ่งในตอนนี้มันไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

เผยสิ่งที่เปลี่ยนไปของทีมชาติสเปนนับตั้งแต่เถลิงบัลลังก์แชมป์ครั้งสุดท้าย ในศึกชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป หรือ ยูโร 2012 ซึ่งในตอนนี้มันไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

เผยสิ่งที่เปลี่ยนไปของทีมชาติสเปนนับตั้งแต่เถลิงบัลลังก์แชมป์ครั้งสุดท้าย ในศึกชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป หรือ ยูโร 2012 ซึ่งในตอนนี้มันไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

ปฏิเสธไม่ได้ว่ายุคที่ทีมชาติสเปนครองความรุ่งเรื่องนั้นนักเตะตัวหลักส่วนใหญ่มาจาก เรอัล มาดริด และ บาร์เซโลน่า เป็นหลัก เมื่อทีมชาติสเปนเริ่มต้นสู่ยุคไร้เทียมทานตั้งแต่การคว้าแชมป์ยูโร 2008 จากการเอาชนะเยอรมันในนัดชิงฯ 1-0 ซึ่งในชุดนั้นมีผู้เล่นที่มาจากทั้งสองสโมสรอยู่ 5 คนในรายชื่อ 11 ตัวแรก

สองปีถัดมาพวกเขาก็ครองความยิ่งใหญ่ต่อเนื่องด้วยการคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก หลังเอาชนะ ฮอลแลนด์ 1-0 ในช่วงต่อเวลาพิเศษซึ่งผู้เล่น 10 คนจากประตูชัยของ อันเดรียส อิเนียนต้า ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้เล่น 10 คนแรกที่มาจากสองสโมสรยักษ์ใหญ่ในลา ลีกา สเปน ที่ได้ออกสตาร์เป็นตัวจริงในเกมนี้

ความสำเร็จในยุครุ่งเรื่องของทัพกระทิงดุยังไม่หมดเท่านี้ ในปี 2012 พวกเขาก็เอาชนะ อิตาลี 4-0 เถลิงบัลลังก์แชมป์ยุโรปเป็นสมัยที่สองติดต่อกัน ซึ่งในเกมดังกล่าว 11 ผู้เล่นตัวจริงมีเพียง ดาบิด ซิลบา เพียงคนเดียวที่ไม่ได้มาจาก มาดริด และ บาร์ซ่า

เรื่องดัง กล่าวมันแสดง ให้เห็นว่านักเตะจาก บาร์เซโลน่า และ เรอัล มาดริด นั้นเป็นส่วนสำคัญให้กับชาติในยุคที่ประสบความสำเร็จตลอดหลายปีที่ผ่านมา ในขณะที่ความร้อนแรง ของสเปนเริ่มลดลง ในช่วงหลายปีต่อมา แม้ในฟุตบอลโลก 2014 จะมีแข้งจากทั้งสองสโมสรยังเป็นแกนหลักอยู่ถึง 10 คน ส่วนในยูโร 2016 จะเหลือเพียง 7 คนเท่านั้น

แต่ถึงกระนั้น สำหรับฟุตบอลโลก 2018 ภายใต้การคุม ทีมของ ฆูเลน โลเปเตกี ที่โดนปลด ก่อนทีมจะลงเล่น เป็นเกมแรก ก็เรียกผู้เล่นจากทั้งสองสโมสรถึง 10 คน แต่สุดท้ายผลงานของทีมชุดนี้ก็ทำได้ต่ำกว่ามาตรฐานกระเด็นตกรอบ 16 ทีมสุดท้าย

ด้วยการแพ้ รัสเซีย ในการดวลจุดโทษ ซึ่ง 11 ตัวจริงชุดนี้ 3 คนมากจาก เรอัล มาดริด 4 คน จาก บาร์ซ่า 3 คนจาก แอต.มาดริด และ ดาบิด เดเคอา ผู้รักษาประตูหนึ่งเดียวที่มาจาก แมนฯ ยูไนเต็ด

หลังจากนั้น เมื่อมาถึงยุค ของกุนซือ หลุยส์ เอ็นริโก้ มาถึงยุคผลัดใบ อย่างแท้จริง หลังจากผิดหวังกับในบอลโลก ซึ่งอดีตนายใหญ่บาร์ซ่าไม่ได้เรียกนักเตะ เข้ามาโดยยึดจากความเป็นสตาร์ดังอีกแล้ว เขาเปิดโอกาสให้นักเตะ จากหลายๆสโมสรที่โชว์ ฟอร์มดีในปัจจุบัน เข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น

ในเกมที่เอาชนะ เวลส์ 4-1 ในเดือนตุลาคม 2018 มีเพียง เซร์คิโอ รามอส และ ดานี่ เซบายอส ที่เป็นตัวแทนจาก เรอัล มาดริด ในขณะที่ เซร์คิโอ บุสเก็ตส์ เป็นตัวแทนเพียงหนึ่ง เดียวจาก บาร์เซโลน่า มันแสดง ให้เห็นว่าตลอด ไม่กี่ปีที่ผ่านมาหน้าตาของทีมกระทิงดุเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว

และหากนำไปเทียบกับชุดที่พบสวีเดนในศึกยูโร 2020 รอบคัดเลือกเดือนที่แล้วมีเพียง ดานี่ การ์บาฆาล ที่มาจาก “ราชันชุดขาว” เพียงคนเดียว และไม่ได้อยู่ในสนามครบ 90 นาที เว็บไซต์แทงบอล

สเปนต้องประสบปัญหาในตำแหน่งกุนซืออีกครั้ง หลังจาก เอ็นริเก้ ประกาศลาออกจากตำแหน่งด้วยเหตุผลส่วนตัวในเดือนมิถุนายน และกลายเป็น โรแบร์โต้ โมเรโน่ ที่ถูกดันขึ้นมารับตำแหน่งแทน

โมเรโน่ ถือเป็นกุนซือหนุ่มไฟแรง และเขาก็มีปรัชญาการทำทีม ที่คล้ายกับ เอ็นริเก้ เมื่อดูจากการเรียกตัว ผู้เล่น เข้ามาติดทีมแบบเหนือความคาดหมาย หากดูจากขุนพลล่าสุด ที่ได้รับการประกาศ ชื่อมาติดทีม ในเกมพบ มอลต้า กับ โรมาเนีย

ในเดือนนี้นั้น โมเรโน่ เรียก เซร์คิโอ รามอส, ดานี่ การ์บาฆาล และ เซร์คิโอ บุสเก็ตส์ เป็น 3 แข้งที่มาจาก มาดริด และ บาร์ซ่า ส่วนทีมชุดนี้ผู้เล่น จากสโมสร ที่ติดมากสุดคือ บียาร์เรอัล (4 คน) ทั้ง ซานติ กาซอร์ล่า, ปัล ตอร์เรส, ราอูล อัลบิโอ และ เจอร์ราร์ด โมเรโน่ ซึ่งมีหลายคน ที่กำลังอยู่ในช่วงบั้นปลาย อาชีพ

จะเห็นได้ว่า ทีมชุดนี้นั้น มีความหลากหลาย นักเตะมาจาก 17 สโมสรจาก 6 ประเทศ ได้แก่ โครเอเชีย, อิตาลี, สเปน, อังกฤษ, ฝรั่งเศส และ เยอรมัน ซึ่งไม่ได้เป็นยุคที่ใช้ผู้เล่นตัวหลักจากสองมหาอำนาจของ ลา ลีกา อีกต่อไป แถมยังเน้นผู้เล่นที่มีประสบการณ์สูง ในการมาประคับประคองทีม แทงบอล ให้รวย

โมเรโน่ เคยออกมายอมรับว่า นี่เป็นลักษณะของฟุตบอลสมัยใหม่ และชี้ให้เห็นถึงการขาดโอกาสลงเล่นอย่างสม่ำเสมอของแข้งจากสโมสรชั้นนำ “บียาร์เรอัล เป็นทีมที่มีผู้เล่นที่โชว์ฟอร์มเข้าตามากที่สุดในตอนนี้ แต่ที่มาดริดหรือบาร์ซ่ามีนักเตะไม่กี่คนที่ได้ลงเล่นตัวจริงสม่ำเสมอ” โมเรโน่ กล่าว

 

ช่องทางในการติดตามข่าวสารและโปรโมชั่นดีๆLine@i99casino