10ยอดกุนซือ นักเตะที่เป็นอาจารย์กับศิษย์รัก

10ยอดกุนซือ นักเตะที่เป็นอาจารย์กับศิษย์รัก หนึ่งในปัจจัยที่จะทำให้คนเราประสบความสำเร็จได้คือการมีอาจารย์ที่ดีที่คอยสั่งสอนเรื่องต่างๆ ให้ เพราะคนที่เป็นอาจารย์จะมีประสบการณ์มาก่อน และมีความรู้มากกว่าในระดับหนึ่ง ในวงการฟุตบอลเองก็เป็นอย่างนั้นเหมือนกัน

10ยอดกุนซือ นักเตะที่เป็นอาจารย์กับศิษย์รัก หนึ่งในปัจจัยที่จะทำให้คนเราประสบความสำเร็จได้คือการมีอาจารย์ที่ดีที่คอยสั่งสอนเรื่องต่างๆ ให้ เพราะคนที่เป็นอาจารย์จะมีประสบการณ์มาก่อน และมีความรู้มากกว่าในระดับหนึ่ง ในวงการฟุตบอลเองก็เป็นอย่างนั้นเหมือนกัน

 

10ยอดกุนซือ นักเตะที่เป็นอาจารย์กับศิษย์รัก หนึ่งในปัจจัยที่จะทำให้คนเราประสบความสำเร็จได้คือการมีอาจารย์ที่ดีที่คอยสั่งสอนเรื่องต่างๆ ให้ เพราะคนที่เป็นอาจารย์จะมีประสบการณ์มาก่อน

และมีความรู้มากกว่าในระดับหนึ่ง ในวงการฟุตบอลเองก็เป็นอย่างนั้นเหมือนกัน โดยส่วนใหญ่แล้วอาจารย์ที่ดีก็คือคนที่เป็นกุนซือที่จะคอยชี้นำลูกศิษย์ให้กลายเป็นนักเตะชั้นยอดได้

 เนื่องในวันที่ 16 มกราคม เป็นวันครูแห่งชาติของประเทศไทย ในวันนี้เราจึงขอนำเสนอกุนซือกับนักเตะ 10 คู่ที่มีความสัมพันธ์แบบอาจารย์กับลูกศิษย์ที่ยอดเยี่ยมกัน โดยที่จะไม่ให้มีการซ้ำกันด้วย

   – เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน กับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้

    เชื่อได้ว่านี่คงเป็นคู่ที่โผล่มาเป็นลำดับแรกในหัวของหลายๆ คน หลังจากที่ เฟอร์กูสัน ชื่นชอบในตัว โรนัลโด้ มากๆ และใช้เวลาปลุกปั้นเขาอยู่พักใหญ่กว่าที่ดาวเตะชาวโปรตุกีสจะกลายเป็นยอดนักเตะ และประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามแบบในทุกวันนี้ได้จนถึงขั้นได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในนักเตะที่เก่งที่สุดของยุคปัจจุบัน
 มันไม่ใช่ว่าเรื่องราวระหว่าง เฟอร์กูสัน กับ โรนัลโด้ จะมีแค่เรื่องดีๆ ในตอนแรกที่ โรนัลโด้ ย้ายมาอยู่กับทีมใหม่ๆ เขาทำผลงานได้น่าผิดหวังจนโดนแฟนบอลก่นด่าอย่างหนัก และมีกระแสเรียกร้องให้เลิกดัน โรนัลโด้ สักที แต่ เฟอร์กูสัน ก็ไม่สนใจกระแสสังคม พร้อมกับให้โอกาส โรนัลโด้ ต่อไป
    นอกจากนี้ เฟอร์กูสัน ก็ยังเคยโชว์บทโหดกับ โรนัลโด้ จนถึงขั้นด่าเขาหลังจบเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก นัดที่แพ้ เบนฟิก้า คารัง โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เลยว่า “แกคิดว่าตัวเองเป็นใครกันวะ ? อยากลองเล่นด้วยตัวคนเดียวรึไง ? ถ้าแกทำแบบนี้น่ะ แกก็ไม่มีวันเป็นนักฟุตบอลจริงๆ ได้หรอกโว้ย!”
ทุกอย่างที่ เฟอร์กูสัน ทำกับ โรนัลโด้ ก็เพื่อที่จะให้ดาวเตะชาวโปรตุกีสพัฒนาตัวเอง และสุดท้ายการสั่งสอนของตำนานกุนซือชาวสกอตต์ก็ได้ผลจนทำให้ลูกศิษย์ของเขาเป็นนักเตะระดับโลกแบบในทุกวันนี้ ขณะที่ โรนัลโด้ ก็ซาบซึ้งกับการสั่งสอนของ เฟอร์กูสัน สุดๆ

    – อ็อตมาร์ ฮิตซ์เฟลด์ กับ โลธาร์ มัทเธอุส

    หากให้พูดถึงนักเตะชาวเยอรมันที่โด่งดังในช่วงทศวรรษ 1980 จนถึงปี 2000 แล้วล่ะก็ มัทเธอุส ก็สมควรติดอยู่ในกลุ่มนั้นอย่างแท้จริง ฝีเท้าอันยอดเยี่ยมของเขา และความสำเร็จที่ทำได้มากมายก่ายกองทำให้เจ้าตัวได้รับการยกย่องมาจนถึงทุกวันนี้
อย่างไรก็ตาม ชายที่ชื่อ มัทเธอุส ก็อาจจะไม่ประสบความสำเร็จมากขนาดนี้ก็ได้ ถ้าไม่มีอาจารย์ที่ดีอย่าง ฮิตซ์เฟลด์ คอยช่วยเหลือ ฮิตซ์เฟลด์ ไม่ได้เป็นแค่เจ้านายของ มัทเธอุส เขาช่วยชี้แนะหลายอย่างให้กับ มัทเธอุส รวมถึงช่วยปลอบเขาจน
ทำให้อดีตยอดดาวเตะชาวเยอรมันที่ว่ากันว่าเป็นคนที่มีหัวจิตหัวใจแข็งแกร่งที่สุดคนหนึ่งผ่านหนึ่งในช่วงที่เลวร้ายที่สุดในอาชีพการเล่นของเขาอย่างการที่ บาเยิร์น แพ้ แมนฯ ยูไนเต็ด ในนัดชิงชนะเลิศของ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อฤดูกาล 1998-99 ไปได้
“อ็อตมาร์ เป็นโค้ชที่ยอดเยี่ยม ผมเองเคยเล่นให้โค้ชเก่งๆ มาหลายคน แต่ผมเรียนรู้เรื่องต่างๆ จาก อ็อตมาร์ เยอะที่สุด ผมรู้ดีว่าผมสามารถพึ่งพาคำแนะนำของเขาได้อยู่เสมอ” มัทเธอุส เปิดใจ

    – มาร์เชลโล่ ลิปปี้ กับ อเลสซานโดร เดล ปิเอโร่

   แม้ว่า เดล ปิเอโร่ จะได้รับโอกาสประเดิมสนามกับ ยูเวนตุส ในยุคของ โจวานนี่ ตราปัตโตนี่ แต่ ลิปปี้ คือผู้ที่ถูกยกย่องว่ามีพระคุณกับ เดล ปิเอโร่ มากที่สุด
เพราะ ลิปปี้ ให้โอกาส เดล ปิเอโร่ ที่ตอนนั้นยังเป็นเพียงหนุ่มน้อยได้ลงเล่นเป็นประจำ แน่นอนว่าการบาดเจ็บของ โรแบร์โต้ บาจโจ้ เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เป็นอย่างนั้น แต่มันก็ต้องให้เครดิต ลิปปี้ ที่กล้าผลักดัน เดล ปิเอโร อย่างเต็มที่
ตลอดช่วง 5 ปีกับการคุม ยูเวนตุส ภาคแรก ลิปปี้ คอยสั่งสอน เดล ปิเอโร่ หลายอย่าง จนทำให้ เดล ปิเอโร่ กลายเป็นกำลังหลักทั้งของ “เบียงโคเนรี่” และทีมชาติอิตาลี แถมท้ายที่สุดแล้วทั้งคู่ยังประสบความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ในชีวิตอย่างการเป็นแชมป์ ฟุตบอลโลก ปี 2006 ร่วมกันด้วย
 เดล ปิเอโร่ เองก็นับถืออาจารย์คนนี้มากๆ และแทบไม่เคยมีปัญหากับ ลิปปี้ เลย อย่างตอนที่ เดล ปิเอโร่ หลุดจากทีมชาติอิตาลีในยุคของ ลิปปี้ เจ้าตัวก็ไม่โกรธแต่อย่างใด
โดยตอนนั้น ลิปปี้ เผยว่า “ผมได้ติดต่อไปหา เดล ปิเอโร่ และเราก็ได้คุยกันเกี่ยวกับเรื่องนี้ ผมอยากเห็นว่าพวกนักเตะใหม่ๆ จะทำอะไรได้บ้าง ผมพูดกับเขาไปแบบนั้น และเขาก็เข้าใจดี ผมยังบอกให้เขาเล่นให้ได้แบบเดียวกับในตอนนี้ด้วย”

    – อาร์แซน เวนเกอร์ กับ เดนนิส เบิร์กแคมป์

    แม้ว่าก่อนหน้าที่จะมาซบ อาร์เซน่อล เบิร์กแคมป์ จะเคยเล่นกับ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ในยุคของ โยฮัน ครัฟฟ์ และ หลุยส์ ฟาน กัล รวมถึงเคยเล่นให้ อินเตอร์ มิลาน มาก่อน แต่กว่าที่เขาจะมาเจออาจารย์ที่ดีที่สุดของตัวเองในวงการฟุตบอลก็ต้องรอถึงตอนที่ เวนเกอร์ เข้ามาคุม อาร์เซน่อล ในปี 1996
  เบิร์กแคมป์ ถือเป็นกำลังสำคัญในทีมของ เวนเกอร์ กุนซือชาวฝรั่งเศสแนะนำหลายอย่างให้กับลูกทีมรายนี้ และทั้งคู่ก็เข้ากันได้เป็นปี่เป็นขลุ่ยจนพาทีมประสบความสำเร็จอย่างมาก โดยอดีตยอดดาวเตะชาวดัตช์เคยเปิดใจว่า “เรามีความรู้สึกที่ดีต่อกันตั้งแต่แรกเลย และพอผ่านไปแล้วเราก็เคารพกันและกันมากขึ้นเรื่อยๆ” วิธีแทงบอล สด
 ด้าน เวนเกอร์ ก็เคยบอกว่าตนโชคดีเหลือเกินที่ได้มาเจอกับลูกศิษย์รายนี้ “มันไม่ใช่ว่าคุณจะเจอนักเตะแบบนี้ในทุกทีมที่คุณไปทำงานให้ เขาเป็นเหมือนของขวัญสำหรับผมในตอนที่ผมเข้ามาทำงานกับทีมเลย” โดยในช่วงที่ เวนเกอร์ โดนตำหนิอยู่บ่อยๆ นั้น เบิร์กแคมป์ ก็มักจะออกมาปกป้องอาจารย์คนนี้อย่างดุดันอยู่เสมอด้วย

    – เซอร์ บ็อบบี้ ร็อบสัน กับ โรนัลโด้

    ตลอดช่วงอาชีพการคุมทีมของเขานั้น ร็อบสัน ได้เป็นเจ้านายของนักเตะชื่อดังหลายคน อย่างเช่น หลุยส์ ฟิโก้, ไบรอัน ร็อบสัน, รุด ฟาน นิสเตลรอย, พอล แกสคอยน์, เทอร์รี่ บุตเชอร์, โรมาริโอ และ อลัน เชียเรอร์ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ความสัมพันธ์ของเขากับ โรนัลโด้ ถือว่าพิเศษสุดๆ
ร็อบสัน เซ็นสัญญาคว้าตัว โรนัลโด้ มาร่วมงานกับเขาที่ บาร์เซโลน่า ในปี 1996 และถึงแม้ โรนัลโด้ จะได้อยู่กับ บาร์เซโลน่า แค่ฤดูกาลเดียว แต่มันก็เป็นช่วงเวลาที่น่าจดจำ
หลังจากเขาทำได้ 47 ประตู จากการลงเล่น 49 นัดในทุกรายการ พร้อมกับพา บาร์เซโลน่า ได้แชมป์ สแปนิช ซูเปอร์คัพ, โกปา เดล เรย์ และ คัพ วินเนอร์ส คัพ ไปครอง
ในช่วงเวลาแค่ปีเดียวที่ คัมป์ นู ร็อบสัน ได้อบรมสั่งสอนหลายอย่างให้กับ โรนัลโด้ จนอดีตยอดดาวยิงชาวบราซิเลียนเคยบอกเลยว่า “เขาเป็นเหมือนคุณพ่อของผม บ็อบบี้ ร็อบสัน ช่วยให้ผมโชว์ฟอร์มดีแบบคงเส้นคงวาได้ และช่วยผมได้เยอะในอาชีพการเล่นของผม วันนี้เขาสามารถพอใจกับผลผลิตของเขาได้เลย”

    – โชเซ่ มูรินโญ่ กับ ริคาร์โด้ คาร์วัลโญ่

   ส่วนใหญ่แล้วความประทับใจระหว่างกันจะเกิดขึ้นจากเรื่องดีๆ แต่บางครั้งเรื่องที่ดูเป็นเรื่องร้ายในตอนแรกก็สามารถส่งผลให้สายสัมพันธ์มันแน่นแฟ้นขึ้นในท้ายที่สุดได้เหมือนกัน ซึ่งกรณีของ มูรินโญ่ กับ คาร์วัลโญ่ เข้าข่ายหลัง
คาร์วัลโญ่ เคยเผยว่า “ในปีแรกที่เราร่วมงานกันที่ เชลซี น่ะ เราเคยมีปากเสียงกันในห้องแต่งตัว ผมตอบโต้เขาไปอย่างรุนแรง
และเขาก็ตอกกลับผมอีกครั้ง แต่หลังจากนั้นเราก็ต้องสงบศึกกัน เขาพูดกับผมว่า -ถ้าแกด่าฉัน ฉันก็ต้องตอบโต้คืน มันก็แค่นั้นแหละ- หลังจากนั้นทุกอย่างก็จบลงด้วยดี”
 ทั้งนี้ คาร์วัลโญ่ ถือเป็นหนึ่งในนักเตะที่ มูรินโญ่ เชื่อใจมากที่สุด โดยพวกเขาได้ร่วมงานกันครั้งแรกที่ เอฟซี ปอร์โต้ โดยถึงแม้ว่าหลังจากนั้นเจ้าของฉายา “เดอะ สเปเชียล วัน” จะไปคุม เชลซี และ เรอัล มาดริด
เขาก็ยังดึงลูกศิษย์คนโปรดตามไปร่วมงานด้วย แถมตอนที่ มูรินโญ่ ถูกขอให้จัดทีมยอดเยี่ยมของตัวเองนั้น เขายังใส่ชื่อ คาร์วัลโญ่ เป็นหนึ่งในเซนเตอร์แบ็กตัวจริงเลย โดยนักเตะระดับ เซร์คิโอ รามอส เป็นได้เพียงตัวสำรองสำหรับทีมในดวงใจของ มูรินโญ่ เท่านั้น

   – โจเซป กวาร์ดิโอล่า กับ อันเดรส อิเนียสต้า

   ด้วยมันสมองอันยอดเยี่ยมของ กวาร์ดิโอล่า ทำให้เขาได้สร้างนักเตะที่เก่งๆ ขึ้นมาหลายราย อย่างไรก็ตาม หลายคนว่ากันว่าคนที่เป็นเหมือนศิษย์ที่ยอดเยี่ยมมากที่สุดของเจ้าตัวคือ อันเดรส อิเนียสต้า
ตอนที่พวกเขาร่วมงานด้วยกันในถิ่น คัมป์ นู ทั้งคู่ร่วมแรงร่วมใจพา บาร์เซโลน่า ได้แชมป์ไปครองหลายรายการ อย่างเช่นแชมป์ลีก 3 สมัย, แชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2 ครั้ง และแชมป์ โกปา เดล เรย์ 2 หน เป็นต้น แถมมันไม่ใช่แค่ กวาร์ดิโอล่า ที่คอยสั่งสอน อิเนียสต้า เพราะมิดฟิลด์ชาวสแปนิชก็ทำให้ กวาร์ดิโอล่า ได้เรียนรู้หลายอย่างเหมือนกัน
กวาร์ดิโอล่า เผยตอนที่ อิเนียสต้า ตัดสินใจอำลา บาร์เซโลน่า เมื่อปี 2018 ว่า “ผมอยากจะถือโอกาสนี้ขอบคุณเขา หลายคนคิดว่าผู้จัดการทีมต้องช่วยนักเตะอยู่ฝ่ายเดียว
แต่เขาช่วยให้ผมเข้าใจเกมฟุตบอลมากขึ้นผ่านทางการได้ดูเขาเล่น ก็หวังว่าหลังจากนี้เขาจะกลับไปที่ บาร์เซโลน่า เพื่อสอนถึงสิ่งที่เขาทำได้กับการเล่นในสนามให้เหล่านักเตะเยาวชน หรือแม้กระทั่งนักเตะอาชีพในทีมชุดใหญ่ได้รู้นะ”

    – เชราร์ด อุลลิเย่ร์ กับ สตีเว่น เจอร์ราร์ด

    ตลอดช่วงเวลาราว 6 ปีที่เป็นผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล อุลลิเย่ร์ สามารถพา “หงส์แดง” คว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ, แชร์ริตี้ ชิลด์, ยูฟ่า คัพ และ ยูฟ่า ซูเปอร์คัพ มาครองได้อย่างละ 1 สมัย รวมถึงได้แชมป์ ลีก คัพ 2 ครั้งด้วย
 อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ “เดอะ ค็อป” จดจำเกี่ยวกับ อุลลิเย่ร์ ได้ดีที่สุดอย่างหนึ่งคือการที่เขาเป็นคนให้โอกาส เจอร์ราร์ด ได้ประเดิมสนามกับทีมชุดใหญ่ของ ลิเวอร์พูล ในฤดูกาล 1998-99 โดยหลังจากนั้น เจอร์ราร์ด ก็กลายเป็นกำลังสำคัญของทีมจนกลายเป็นตำนานแห่งถิ่น แอนฟิลด์
อุลลิเย่ร์ รักใคร่ลูกศิษย์คนนี้มากๆ และทำทุกทางเพื่อที่จะทำให้เขากลายเป็นนักเตะชั้นยอดได้ อย่างเช่นครั้งหนึ่งที่เขาเคยบอกให้ เจอร์ราร์ด จับตาดูทุกการกระทำของ เจมี่ เร้ดแน็ปป์ เพื่อที่จะได้เรียนรู้จากอีกฝ่าย เป็นต้น ส่วน เจอร์ราร์ด ก็รักกุนซือ
รายนี้จนเคยให้สัมภาษณ์ตอนที่ อุลลิเย่ร์ กลับมาคุมทีมที่ข้างสนามได้ในเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม รอบ 2 ประจำฤดูกาล 2001-02 นัดที่ชนะ โรม่า 2-0 เลยว่า “ผู้จัดการทีมของพวกเรากลับมาแล้ว” หลังจากที่ก่อนหน้านั้น อุลลิเย่ร์ มีอาการหัวใจล้มเหลวเฉียบพลันจนต้องไปรับการรักษาอยู่พักหนึ่ง

    – ลิโอเนล เมสซี่ กับ แฟร้งค์ ไรจ์การ์ด

    ตลอดช่วงอาชีพการเล่นตั้งแต่กับทีมชุด ซี ของ บาร์เซโลน่า ในปี 2003 มาจนถึงปี 2020 เมสซี่ ได้ร่วมงานกับกุนซือมาแล้วหลายคนทั้งในระดับสโมสรและทีมชาติ ไม่ว่าจะเป็น กวาร์ดิโอล่า, ดีเอโก้ มาราโดน่า, หลุยส์ เอ็นรีเก้, ตีโต้ บีลาโนบา, เคราร์โด้ มาร์ติโน่ และ เอร์เนสโต้ บัลเบร์เด้
รวมถึงประสบความสำเร็จอย่างมาก แต่ดาวยิงชาวอาร์เจนไตน์เคยออกมาให้สัมภาษณ์เองว่ากุนซือที่มีความสำคัญกับอาชีพการเล่นของเขามากที่สุดไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็น ไรจ์การ์ด คนที่มอบโอกาสประเดิมสนามให้เขากับ บาร์เซโลน่า
  “จริงอยู่ว่าตั้งแต่ที่ผมมาเล่นใน ลา ลีกา น่ะ โค้ชทุกคนที่ผมเคยร่วมงานด้วยต่างก็ได้สั่งสอนหลายอย่างให้ผม แต่ผมคิดว่าคนที่มีความสำคัญกับอาชีพของผมมากที่สุดคือ ไรจ์การ์ด
ถ้าเขาไม่เชื่อมั่นในตัวผม และไม่ตัดสินใจให้ผมได้ซ้อมกับทีมชุดใหญ่ รวมถึงได้เล่นกับทีมชุดใหญ่เป็นนัดแรกแล้วล่ะก็ ผมก็อาจจะไม่ได้ติดทีมชุดใหญ่ของ บาร์เซโลน่า ก็ได้
ผมพูดอยู่เสมอว่าเขาเป็นคนที่สำคัญมากๆ สำหรับผม เพราะเขาเชื่อมั่นในตัวผม, ส่งผมลงเล่นในตอนที่เหมาะสม, เลือกผมลงเล่นให้ทีมชุดใหญ่ และนั่นเป็นเรื่องที่สำคัญมากๆ สำหรับผม” เมสซี่ เปิดอกเมื่อช่วงปี 2016
  นอกจากการให้โอกาส เมสซี่ ได้ประเดิมสนามกับทีมชุดใหญ่แล้วนั้น ไรจ์การ์ด ยังมีส่วนสำคัญในการทำให้ดาวเตะทีมชาติอาร์เจนตินามีความเชี่ยวชาญกับการเล่นเป็นกองหน้าตัวริมเส้นด้วย เพราะตอนอยู่ในทีมเยาวชน เมสซี่
มักจะได้เล่นเป็นเพลย์เมกเกอร์ แต่ตอนแรกที่ขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่เขาต้องเล่นเป็นกองหน้าตัวริมเส้นฝั่งขวา และมันก็ทำให้ เมสซี่ เรียนรู้ทักษะที่จำเป็นในการเล่นตำแหน่งนี้ จนทำให้ทุกวันนี้เขาเล่นได้ดีไม่ว่าจะทั้งในฐานะกองหน้าตัวเป้า, ตัวริมเส้น หรือเพลย์เมกเกอร์

    – เจอร์เก้น คล็อปป์ กับ มาริโอ เกิทเซ่

    คล็อปป์ เคยให้สัมภาษณ์ว่าเขาชอบ ซาดิโอ มาเน่ ปีกชาวเซเนกัลมากๆ ตั้งแต่สมัยคุม โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ และตอนนี้ มาเน่ ก็ถือเป็นนักเตะคนโปรดของ คล็อปป์ อย่างไรก็ตาม ถ้าพูดถึงลูกศิษย์ที่มีความสัมพันธ์กับกุนซือชาวเยอรมันมากที่สุดแล้วล่ะก็ เกิทเซ่ ก็คือคนที่คู่ควรกับตำแหน่งนั้น
คล็อปป์ เข้ามากุมบังเหียน ดอร์ทมุนด์ เมื่อปี 2008 และในอีกราว 1 ปีให้หลังเขาก็ให้โอกาส เกิทเซ่ ได้ประเดิมสนามกับเกมระดับทีมชุดใหญ่เป็นครั้งแรก ซึ่ง เกิทเซ่ ก็ตอบแทนความไว้เนื้อเชื่อใจนั้นด้วยการทำผลงานได้โดดเด่นจนถึงขั้นพา “เสือเหลือง” ได้แชมป์ บุนเดสลีกา 2 สมัย, เดเอฟเบ-โพคาล 2 ครั้ง และ เดเอฟแอล-ซูเปอร์คัพ 1 หน
    น่าเศร้าที่ เกิทเซ่ ตัดสินใจทิ้งอาจารย์ผู้มีพระคุณของเขาไปซบตัก บาเยิร์น ในช่วงซัมเมอร์ ปี 2013 ซึ่งตอนนั้นแฟนบอล ดอร์ทมุนด์ หลายคนรุมด่า เกิทเซ่ อย่างหนัก ถึงกระนั้น คล็อปป์ ก็ออกมาปกป้องศิษย์รักด้วยการบอกว่า “เขาเป็นนักเตะที่ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า
ต้องการมากๆ นั่นหมายความว่าถ้าจะหาคนที่เป็นต้นเหตุที่ทำให้เขาตัดสินใจย้ายออกไปแล้วล่ะก็ มันก็ต้องเป็นผมนี่แหละ แต่ผมก็ไม่สามารถลดความสูงของตัวเองลง 15 เซนติเมตร, เรียนรู้ภาษาสเปน และให้ทีมเล่นฟุตบอลแบบติกี้-ตาก้า ได้น่ะนะ มันเป็นไปไม่ได้”
ด้าน เกิทเซ่ ก็ยังมีความรู้สึกดีๆ ให้กับ คล็อปป์ แม้ว่าจะยังไม่เคยได้กลับไปร่วมงานกับ คล็อปป์ อีกเลยก็ตาม โดยไม่นานมานี้เขาเผยว่า
“ทุกวันนี้ผมยังติดต่อกับ เจอร์เก้น อยู่เลย ตอนที่ผมขึ้นมาเล่นให้ทีมชุดใหญ่น่ะผมเพิ่งมีอายุแค่ 17 ปีเอง เขาสอนผมทุกอย่างเกี่ยวกับการเป็นนักฟุตบอลอาชีพ เขาปล่อยให้ผมได้เล่นตามสบาย ผมพูดกับ คล็อปป์ หลายครั้ง เราไม่เคยหยุดคุยกันเลย”
i99bet แทงบอลออนไลน์ พนันบอล คาสิโน บาคาร่า 24 ชั่วโมง
อีกหนึ่งช่องทางในการติดตามข่าวสารและโปรโมชั่นดีๆLINE@i99casino